หน้าแรก บทความ ไลฟ์สไตล์ บอกต่อ “กฎหมายแรงงาน” ลูกจ้างต้องรู้ไว้จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ!

บอกต่อ “กฎหมายแรงงาน” ลูกจ้างต้องรู้ไว้จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ!

View 860 คน
บอกต่อ “กฎหมายแรงงาน” ลูกจ้างต้องรู้ไว้จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ!
กรุณาเลือกบริการที่สนใจ?
หมายเหตุ ผ่อนรถอยู่ก็ขอกู้ได้ เพียงคุณมีประวัติชำระที่ดี … เงินติดล้อก็รับ
กรุณากรอกชื่อภาษาไทย
กรุณากรอกนามสกุลภาษาไทย
กรุณากรอกเฉพาะตัวเลข

ในที่สุดก็เดินเข้าสู่เดือนพฤษภาคมสักที เปิดมาวันแรกของเดือนก็เป็นวันแรงงานแห่งชาติเลย เงินติดล้อจึงถือโอกาสนี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่ลูกจ้างจำเป็นต้องรู้มาฝากกัน เผื่อว่าวันใดวันหนึ่งถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบจะได้มีข้อมูลนี้ไปต่อสู้ บอกให้เขารู้ไปเลยว่าการเป็นนายจ้างไม่ได้แปลว่าถือไพ่เหนือกว่า และการเป็นลูกจ้างไม่ได้จะเป็นลูกไก่ในกำมือตลอดไป ถ้าคุณพร้อมแล้ว เชิญมาเก็บข้อมูลกันเลยว่าสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานระบุว่าให้หยุดกี่วัน เลิกจ้างต้องจ่ายเงินไหม เวลาทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน แล้วในฐานะที่เป็นผู้ประกันตนจะสามารถใช้สิทธิประกันสังคมอะไรได้บ้างนะ?

กฎหมายแรงงาน 2565 สิทธิของลูกจ้าง 2565

กฎหมายแรงงานมีไว้เพื่ออะไร แล้วทำไมลูกจ้างจำเป็นต้องรู้?

กฎหมายแรงงาน คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนายจ้างและลูกจ้าง มีจุดประสงค์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างใน 2 กรณี คือคุ้มครองสุขภาพและอนามัยของลูกจ้าง และคุ้มครองรายได้ของลูกจ้าง เพื่อลูกจ้างจะได้รับความเป็นธรรม แต่นายจ้างบางคนก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้ลูกจ้างทำในสิ่งที่ตนต้องการโดยไม่สนกฎหมาย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะนายจ้างรู้ว่าลูกจ้างหลายคนไม่รู้เรื่องสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมาย เลยใช้ช่องโหว่ตรงนี้คอยเอาเปรียบอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ลูกจ้างจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของนายจ้าง มาดูกันว่า กฎหมายแรงงานที่ลูกจ้างจำเป็นต้องรู้มีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียผลประโยชน์กับนายจ้างที่นิสัยไม่ดี

เพราะยุคนี้เป็นยุคออนไลน์ มีร้านค้าออนไลน์ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ถ้าอยากให้ธุรกิจโตขึ้นต้องทำการตลาดออนไลน์ เช่น ยิงโฆษณาสินค้า จ้างอินฟูลเอนเซอร์ จัดโปรโมชั่น เขียนคอนเทนต์โปรโมท เพื่อให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ในร้านค้าว่าตอบโจทย์ต่อชีวิตของลูกค้าได้อย่างไรบ้าง

ลูกจ้างพักได้กี่นาทีต่อวันทำงาน ทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน ตามกฎหมายแรงงาน

ลูกจ้างรู้ไว้! กฎหมายทำงานต่อกี่ชั่วโมงต่อวัน และมีเวลาพักกี่ชั่วโมงต่อวัน

นายจ้างบางคนก็เห็นแก่ได้จริงๆ มักให้ลูกจ้างทำงานเกินกว่าและให้เวลาพักน้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดเอาไว้ คิดจะเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา และมักใช้คำพูดหว่านล้อมเชิงเห็นใจ เช่น “เอาน่า ถือว่าช่วยกันหน่อย ทำงานเกินไปสัก 1 ชั่วโมงนะ เราอยู่กันเป็นครอบครัว รักๆ ” ซึ่งจริงๆ กฎหมายแรงงานได้กำหนดเวลาทำงาน และเวลาพักของลูกจ้างเอาไว้แล้ว ดังนี้

กฎหมายแรงงานกำหนดเวลาทำงานไม่ให้เกินกี่ชั่วโมง

กฎหมายแรงงานได้กำหนดเวลาทำงานไว้ตามประเภทของงานที่ลูกจ้างทำ ซึ่งแต่ละประเภทของงานก็จะมีระยะเวลาทำงานที่แตกต่างกันด้วย คือ

  • งานทั่วไป กฎหมายแรงงานกำหนดเวลาทำงานเอาไว้ไม่เกิน 8 ชั่วโมต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เรื่องจะเริ่มงานเมื่อไหร่หรือเลิกกี่โมงอยู่ที่นโยบายของบริษัทเลยว่ากำหนดไว้อย่างไร
  • งานอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง กฎหมายกำหนดเวลาทำงานไว้ไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งงานที่จัดอยู่ในประเภทนี้ เช่น งานเชื่อมโลหะ งานเกี่ยวกับสารเคมี
กฎหมายแรงงานให้ลูกจ้างพักได้กี่นาทีต่อวัน

ถ้ามีการทำงานก็ต้องมีเวลาพัก เพราะลูกจ้างก็เป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะทำงานได้ตลอดเวลา ซึ่งกฎหมายแรงงานได้กำหนดเวลาพักของลูกจ้างเอาไว้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน และการพักครั้งนี้ต้องเกิดขึ้นหลังจากที่ทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมงติดต่อกัน หรือบางบริษัทอาจแบ่งเวลาพักให้เป็นช่วงๆ ใน 1 วันก็ได้

ในกรณีที่ให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาที่เกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไปต้องมีเวลาพัก ซึ่งเวลาพักนี้ควรเกิดขึ้นก่อนเริ่มทำงานล่วงเวลา และเวลาพักต้องไม่น้อยกว่า 20 นาที แปลว่าถ้าหมดเวลางานปกติแล้ว และให้เริ่มทำงานล่วงเวลาต่อเลย ถือว่านายจ้างกำลังเอาเปรียบคุณอยู่ ทั้งนี้ คุณอาจต่อรองกับทางนายจ้างเพื่อหาเวลาที่เหมาะสมได้

กฎหมายแรงงาน วันหยุดประจำปี วันหยุดตามประเพณีไทย มีกี่วัน

วันหยุดตามกฎหมายมีกี่วันต่อสัปดาห์ และได้วันหยุดตามประเพณีไหม?

ใน 1 สัปดาห์ของการทำงานต้องมีวันหยุดงานด้วย อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าลูกจ้างก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะสามารถทำงานได้ตลอดทั้งสัปดาห์ และในประเทศไทยเรามีวันสำคัญทางศาสนาที่เป็นวันหยุดมากมาย เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันแม่แห่งชาติ วันพ่อแห่งชาติ ฯลฯ ซึ่งวันเหล่านี้มักหยุดไม่ต้องทำงาน และเพื่อป้องกันการโดนเอาเปรียบมาดูกันว่า วันหยุดตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ให้ลูกจ้างเท่าไหร่บ้าง?

กฎหมายแรงงานกำหนดให้มีวันหยุดต่อสัปดาห์ต้องเป็นเท่าไหร่

ตามกฎหมายแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีวันหยุดต่อสัปดาห์เป็น 1 วัน โดยต้องมีระยะห่างไม่เกิน 6 วันต่อสัปดาห์ แต่ก็มีหลายบริษัทที่เพิ่มวันหยุดให้ลูกจ้างมีวันหยุด 2 วันและทำงานเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น ซึ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิ์หักเงินออกเด็ดขาด!

วันหยุดตามประเพณีในปฏิทิน กฎหมายแรงงานกำหนดไว้กี่วัน

วันหยุดตามประเพณีคือสิ่งที่ลูกจ้างควรจะได้รับอย่างเท่าเทียม เพราะเป็นช่วงเวลาที่จะได้พักผ่อนกายใจแบบเต็มที่ ซึ่งวันหยุดตามประเพณีตามกฎหมายกำหนดเอาไว้ที่ 13 วันต่อปี หากวันหยุดเหล่านี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ต้องชดเชยให้ อีกทั้งนายจ้างต้องจ่ายค่าแรงให้เหมือนเดิม ไม่มีสิทธิ์หักเงินออกในวันหยุด

ลูกจ้างลาคลอด ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อนได้กี่วันตามกฎหมายแรงงาน

ลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ได้กี่วันตามกฎหมายแรงงาน

นี่คือสิ่งที่ลูกจ้างทุกคนต้องรักษาสิทธิ์เอาไว้ มีสิทธิ์ในการใช้วันลาเท่าไหร่ก็ควรใช้ให้เต็มที่ ถ้าวันลาเหลือบางบริษัทก็จะไม่ชดเชยเป็นเงินให้ ดังนั้น เพื่อให้คุณไม่โดนเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง มาดูกันเลยว่า 1 ปีจะลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ ลาคลอดได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้างประเทศไทย

ใน 1 ปีลาพักร้อนได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้าง

วันลาพักร้อนหรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต้องมีไม่น้อยกว่า 6 วันต่อปี และในกรณีที่ลูกจ้างทำงานมามากกว่า 1 ปี บริษัทอาจเพิ่มวันลาพักร้อนให้มากกว่า 6 วันในปีถัดๆ ไป ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง แต่อยากให้คุณทวงถามด้วยว่า ในกรณีที่ใช้วันลาพักร้อนไม่ครบในปีนั้นๆ สามารถนำไปทบในปีถัดไปได้ไหม ถ้าทบไม่ได้จะเปลี่ยนเป็นเงินได้หรือเปล่า ถ้าทุกกรณีที่กล่าวมาไม่สามารถทำได้ แปลว่าลูกจ้างต้องใช้สิทธิ์วันลาพักร้อนให้เต็มจำนวนที่มี รักษาสิทธิ์ตัวเองกันด้วยนะครับ

ใน 1 ปีลาป่วยได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้าง

วันลาป่วยตามกฎหมายแรงงานสามารถลาได้ตามวันที่ป่วยเลยครับ แต่ถ้าลาป่วย 3 วันขึ้นไปลูกจ้างต้องส่งใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลเพื่อเป็นหลักฐาน โดยบริษัทส่วนใหญ่มักจะกำหนดไว้ว่าวันลาป่วยของลูกจ้างสามารถทำได้ 30 วันต่อปี เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่า บริษัทต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี แปลว่าลาป่วยได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเกิน 30 วันต่อปีบริษัทไม่จ่ายเงินก็ได้

ใน 1 ปีลากิจได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้าง

การลากิจหรือการลาเพื่อทำธุระอันจำเป็น ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิ์ในการลาได้ไม่น้อยกว่า 3 วัน และต้องได้รับค่าจ้างจากการทำงานตามปกติ โดยลากิจจะทำเรื่องลาไว้ล่วงหน้า หรือส่งใบลาย้อนหลังก็ย่อมได้

ใน 1 ปี ลาคลอดได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้าง

ลูกจ้างสามารถลาคลอดได้ 98 วันตามสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน โดยวันลาจะนับรวมตั้งแต่วันฝากครรภ์​ วันตรวจครรภ์ วันคลอด และจะนับรวมวันหยุดอื่นๆ ที่มีในระหว่างวันลาด้วย ซึ่งการลาคลอดนายจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้กับลูกจ้างในจำนวนเงินเท่ากับอัตราล่าสุดที่จ่าย และจ่ายไม่เกิน 45 วัน

ใน 1 ปีลาทำหมันได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้าง

ลาทำหมันเป็นสิทธิ์ที่ลูกจ้างสามารถทำได้ โดยระยะเวลาในการลาทำหมันขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและการออกใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างเหมือนเคย ไม่มีสิทธิ์หักเงิน

ใน 1 ปีลาไปรับราชการทหารได้กี่วันตามสิทธิของลูกจ้าง

ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเวลาประกาศรับสมัครงานหลายบริษัทมักจะเขียนเงื่อนไขไว้ว่า “รับคนที่ผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว”​ เพราะไม่อยากให้การทำงานขาดตอน แต่ถึงอย่างไรก็ดี ลูกจ้างสามารถลางานได้เท่าที่ทางการทหารเรียกให้ไป โดยบริษัทจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ในวันลาแต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี

โดนไล่ออก โดนบีบให้ออก ต้องได้เงินค่าชดเชย เงินค่าตกใจไหม

ลาออกเอง โดนไล่ออก ตามกฎหมายแรงงานต้องได้ค่าจ้างไหม?

หลายครั้งที่นายจ้างมักใช้เล่ห์เหลี่ยมของตัวเองเพื่อหว่านล้อม หรือบังคับขู่เข็ญให้ลูกจ้างเซ็นใบลาออกด้วยตัวเอง โดยที่บางครั้งลูกจ้างไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งลูกจ้างตาดำๆ อย่างพวกเราก็ต้องลุกขึ้นสู้ ซึ่งการจะไปต่อสู้ได้คือต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานในกรณีโดนไล่ออกจากงานหรือลาออกเอาไว้ด้วย

ลาออกจากงาน จำเป็นต้องบอกล่วงหน้าไหม ขอเงินชดเชยประกันสังคมได้หรือเปล่า?

ตามกฎหมายแรงงานไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าการลาออกต้องบอกนายจ้างล่วงหน้าไหม ลูกจ้างสามารถลาออกได้เลยโดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า แต่คราวนี้ต้องมาดูกันว่าในสัญญาจ้างได้เขียนเงื่อนไขอะไรเอาไว้ไหม เช่น ถ้าจะลาออกต้องบอกล่วงหน้า 30 วัน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะนายจ้างก็จะได้เตรียมตัวหาคนมารับช่วงต่อจากงาน

การลาออกไม่ใช่แค่บอกปากเปล่า แต่ต้องเป็นการลาออกแบบมีลายลักษณ์อักษร และการลาออกโดยบอกล่วงหน้า 30 วัน ถือว่าเป็นการลาออกแบบรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เพราะในอนาคตทั้งลูกจ้างและนายจ้างอาจจะได้ร่วมงานกันอีก ซึ่งการลาออกเองจะได้เงินค่าจ้างในเดือนสุดท้ายที่ทำงานนั่นเอง

และการลาออกแปลว่าลูกจ้างอาจจะขาดรายได้ แต่คุณยังมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยประกันสังคม โดยสามารถลงทะเบียนคนว่างงานได้เลย ซึ่งในกรณีที่ลาออกจากงานด้วยตัวเอง ประกันสังคมจะจ่ายเงินชดเชยให้ 45% ในระยะเวลาไม่เกิน 90 วันครับ แล้วที่สำคัญต้องส่งเงินประกันสังคมมาไม่น้อยกว่า 6 เดือนด้วย

โดนนายจ้างไล่ออก บีบให้ออกด้วยการบังคับแบบไม่เต็มใจ ทำยังไงได้บ้าง

เรื่องนี้มีหลายคนโดนกันมาแล้ว ที่นายจ้างอยากไล่ลูกจ้างออกแต่ไม่อยากใช้วิธีไล่ออก เลยใช้วิธีบีบบังคับให้ลูกจ้างเซ็นใบลาออกเองเพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ในกรณีนี้ลูกจ้างไม่ต้องเซ็นใบลาออกก็ได้ มีสิทธิ์ปฏิเสธทุกกรณีที่โดนบังคับหรือข่มขู่ให้เซ็นใบลาออก สามารถส่งเรื่องไปยังกรมแรงงานเพื่อฟ้องร้องได้เลย

และในกรณีที่ถูกเลิกจ้างและลูกจ้างเต็มใจที่จะโดนเลิกจ้าง ทางนายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับลูกจ้าง 2 ประเภท คือเงินชดเชยเพราะถูกเลิกจ้าง กับค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)​ โดยเงินค่าชดเชยเหล่านี้จะถูกจ่ายตามอายุงานของลูกจ้างที่ได้ทำงานกับบริษัทนี้มา โดยสามารถแจกแจงได้ คือ

  • ลูกจ้างทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี จะได้รับเงินค่าชดเชย 30 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี จะได้รับเงินค่าชดเชย 90 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี จะได้รับเงินค่าชดเชย 180 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินค่าชดเชย 240 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี จะได้รับเงินค่าชดเชย 300 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินค่าชดเชย 400 วัน

ซึ่งเงินค่าชดเชยและเงินค่าตกใจที่ลูกจ้างจะได้รับจะเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายก่อนจะโดนเลิกจ้าง โดยเงินค่าตกใจหรือค่าบอกกล่าวล่วงหน้าจะจ่าย 1 งวดเท่านั้น

นอกจากนี้ หลังจากที่ลูกจ้างโดยนายจ้างเลิกจ้างแล้ว สามารถขึ้นทะเบียนคนว่างงานได้เลยที่ประกันสังคม โดยประกันสังคมจะจ่ายเงินชดเชยให้ 70% ในระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน

สรุป

และนี่คือสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานที่จำเป็นต้องรู้เอาไว้ เพื่อต่อสู้กับพวกนายจ้างสุดเล่ห์เหลี่ยมที่จ้องจะเอาเปรียบลูกจ้างเมื่อมีโอกาส ถ้าสังเกตให้ดีเรื่องราวระหว่างนายจ้างและลูกจ้างจะมีเรื่อง “เงิน” เพราะว่าโลกทุกวันนี้หมุนไปได้ด้วยเงินทั้งนั้น นายจ้างก็มักจะเอาเปรียบเรื่องเงินๆ ทองๆ จากลูกจ้างอยู่เสมอ ดังนั้น การรู้กฎหมายแรงงานเอาไว้เลยเป็นประโยชน์มากๆ แม้เงินทองเป็นของนอกกายก็จริง แต่ในเศรษฐกิจอย่างนี้ลูกจ้างมีสิทธิ์ในด้านกฎหมายอะไรก็ควรรักษาเอาไว้ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินค่าจ้าง เงินชดเชย และเงินค่าตกใจ เพราะถ้าเงินไม่พอใช้จริงๆ ก็สามารถไปขอกู้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์เองในอนาคตก็ได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่

เราพร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง!

ขอบคุณข้อมูลจาก : lb.mol.go.th, dharmniti, legal.labour.go.th, itax
กรุณาเลือกบริการที่สนใจ?
หมายเหตุ ผ่อนรถอยู่ก็ขอกู้ได้ เพียงคุณมีประวัติชำระที่ดี … เงินติดล้อก็รับ
กรุณากรอกชื่อภาษาไทย
กรุณากรอกนามสกุลภาษาไทย
กรุณากรอกเฉพาะตัวเลข
เงินติดล้อ

บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น