หน้าแรก > ติดล้อสตอรี่ > วัฒนธรรมองค์กร > 'คน' คือ 'หัวใจ' ของเงินติดล้อ

'คน' คือ 'หัวใจ' ของเงินติดล้อ

26 เมษายน 2565
'คน' คือ 'หัวใจ' ของเงินติดล้อ

เพราะที่เงินติดล้อเชื่อว่า หัวใจขององค์กรคือ 'คน' ดังนั้นเงินติดล้อจึงให้ความสำคัญกับการดูแลคน สร้างโอกาสให้ทุกคนในองค์กรได้เติบโตและพัฒนาให้คนซึ่งเรียกตัวเองว่า 'ชาวเงินติดล้อ' ได้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันหมุนองค์กรไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จบนเส้นทางการทำงานไปพร้อมกับการร่วมฉลองความสำเร็จขององค์กรไปด้วยกัน

คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด มหาชน เล่าว่า

"ที่เงินติดล้อเราจะพูดกันอยู่เสมอว่า โลโก้ของบริษัทไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นเงินติดล้อ แต่สิ่งที่บอกความเป็นเงินติดล้อจริงๆ ก็คือสิ่งที่ลูกค้ารู้สึกได้เมื่อพบเจอชาวเงินติดล้อ ไม่ว่าจะผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์ ผ่านสาขา หรือแม้กระทั่งทีมติดตามทวงถามหนี้ที่ออกภาคสนามไปพบลูกค้า แล้วลูกค้าโทรกลับมาชื่นชมว่า เงินติดล้อเข้าใจลูกค้า ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี"

แต่ความยากคือ ณ วันนี้เงินติดล้อมีพนักงานถึง 6,000 คน ทำอย่างไรทุกคนจะสามารถสะท้อนความเป็น 'ชาวเงินติดล้อ' ออกมาให้ลูกค้าและคนที่พบเจอสัมผัสได้อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ ซึ่งคุณหนุ่มเผยถึงเคล็ดลับการ 'สร้างคน' แบบเงินติดล้อว่า "เราทำได้ เพราะเราลงทุนกับการสร้างและบ่มเพาะวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงค่านิยมองค์กรที่เข้มแข็งและชัดเจนมายาวนาน"

2 แกนสำคัญช่วยคลายกังวลเรื่องช่องว่างระหว่างวัย

หลายองค์กรอาจพบปัญหาที่เกิดจากช่องว่างระหว่างวัยของคนต่างเจนเนอเรชั่น ซึ่งอาจส่งผลให้การทำงานร่วมกันขาดความราบรื่น แต่ที่เงินติดล้อมี 2 แกนหลัก ที่ช่วยขจัดปัญหานี้

"แกนหลักอย่างแรกของเราคือทุกคนที่นี่มองเห็นเจตนารมณ์ขององค์กรที่ตรงกัน นั่นคือเจตนาที่อยากให้โอกาสคนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่โปร่งใส เป็นธรรม ด้วยความรับผิดชอบในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าถึงการเงินในระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตมากขึ้นได้อย่างเท่าเทียม

อย่างที่สองคือ 'ค่านิยมองค์กร' ทั้ง 7 ข้อที่จะปลูกฝังวิธีการทำงานของเราอยู่ในนั้น เช่น การมีความจริงใจ ตรงไปตรงมา มีความเป็นกันเอง กล้าที่จะลองผิดลองถูก ซึ่งการมีเจตนารมณ์และค่านิยมนี้ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน คือช่วยหล่อหลอมคนให้มี DNA แบบเดียวกัน และมีความรู้สึกเป็น 'คนในครอบครัวเดียวกัน'

และแม้จะมีความอาวุโส อายุงาน หรือตำแหน่งที่ต่างกันในองค์กรก็จริง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยที่เงินติดล้อ เพราะทุกคนมีโจทย์ใหญ่ที่เป็นเป้าหมายเดียวกันขององค์กร คือการช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ปัญหาอื่นๆ ลดลงไปโดยธรรมชาติ"

พลังที่ส่งมอบให้ “กันและกัน” คือพลังที่ทำให้ผ่านพ้น ‘วิกฤติ’

ในช่วงเวลาที่ทุกองค์กรต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เงินติดล้อนับเป็นหนึ่งในองค์กรที่พิสูจน์แล้วว่าหมุนผ่านช่วงวิกฤติมาได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องดูแลลูกค้า ดูแลพนักงาน และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้องค์กรไปพร้อมๆ กัน คุณหนุ่มเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานั้นว่า

"สิ่งที่กระทบเราจริงๆ คือการพบว่าพนักงานบางส่วนของเราติดโควิด และสถานการณ์ที่น่ากังวลตอนนั้นคือการที่เราต้องไล่ตามหาวัคซีนให้กับพนักงานและประสานหาโรงพยาบาลให้กับคนที่ป่วย เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอและไม่เคยทำมาก่อน แต่เราก็ต้องหาข้อมูลเพื่อให้คนของเราปลอดภัย ระหว่างทางก็มีความยากลำบากอยู่บ้าง แต่ชาวเงินติดล้อก็พร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน ตัวอย่างเช่น บางแผนกที่ยังมีอุปกรณ์ไม่พร้อมสำหรับการ Work From Home ทีม IT ก็ต้องเร่งมือ อดหลับอดนอน เพื่อจัดหาอุปกรณ์ เตรียมติดตั้งระบบและโปรแกรมต่างๆ เพื่อส่งอุปกรณ์ไปให้พนักงานแต่ละคนถึงที่บ้านพร้อมคู่มือ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานอยู่ที่บ้านตัวเองได้

และในช่วงวิกฤติ ก็มีครอบครัวของพนักงานส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด หลายคนส่งข้อความมาหาผมว่าเขาดีใจมากที่เงินติดล้อไม่มีการลดเงินเดือน เขาดีใจที่ยังมีรายได้ เพราะเขากลายเป็นเสาหลักคนเดียวของครอบครัวที่ยังดูแลคนอื่นได้ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากกับเรา ช่วงนั้นเราจึงสื่อสารกับพนักงานตรงๆ ว่า นี่คือจังหวะที่ยากและท้าทาย แต่เราอยากขอแรง ขอพลังจากทุกคน เพราะเราไม่อยากตัดเงินเดือนใคร ไม่อยากให้ใครต้องออก เพราะทุกคนคือฟันเฟืองที่ทำให้องค์กรยังคงความแข็งแกร่ง ซึ่งเมื่อทุกคนเข้าใจเห็นภาพเดียวกัน และร่วมด้วยช่วยกันเพื่อช่วยลูกค้า ก็ทำให้ผลประกอบการของเราไม่ตกลงเลย

เพราะเราอยู่ในธุรกิจสินเชื่อที่มีลูกค้าเป็นแสนรายมาขอพักชำระหนี้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้พนักงานทุกคนต้องทำงานหนักมาก และความท้าทายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเพราะเราต้องกระจายทำงานกันอยู่ในบ้านของแต่ละคน แต่สุดท้ายเราก็ทำได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนกับคนที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน"

เติมความสุข เพื่อคลายทุกข์ แบบ ‘เงินติดล้อ’

นอกจากการให้ความสำคัญกับการรวมพลังกันเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านพ้นวิกฤติ การใส่ใจในความสุขและความทุกข์ของพนักงานก็คืออีกสิ่งที่เงินติดล้อให้ความสำคัญ

“เรารู้ว่าชาวเงินติดล้อทำงานหนักกันมานาน ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงยืดเยื้อกว่าที่คิด เราเลยมีการส่งแบบสอบถามซึ่งเราทำกันอยู่เป็นประจำ เพื่อเช็คว่าชาวเงินติดล้อยังคงมีพลังกันเหมือนเดิมหรือเปล่า แล้วก็พบว่าบางคนเริ่มเหงา บางคนเริ่มหดหู่ จิตตก เราก็เลยพยายามแก้ปัญหาโดยนำงบที่เป็นงบจัดเลี้ยงและงบเดินทางมาใช้ซื้อ Disney Plus Hotstar ส่งให้กับพนักงานทุกคน เพื่อเติมความสุขให้กับพนักงาน ให้พนักงานได้ผ่อนคลาย และลดอุณหภูมิความเครียดระหว่างที่ต้อง Work From Home ลง

รวมถึงเรายังเชิญนักจิตวิทยามืออาชีพให้มาเป็นที่ปรึกษาทางใจให้กับพนักงานที่ต้องการขอคำแนะนำปรึกษาเป็นการเฉพาะ ขณะเดียวกันเราก็ส่งเสริมให้แต่ละฝ่ายจัดกิจกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท เพื่อให้พนักงานยังคงรู้สึกถึงความเป็น ‘ชาวเงินติดล้อ’ ผ่านมิติของการมีส่วนร่วมกับองค์กร”

วิธีรักษาความเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ และสิ่งที่เงินติดล้ออยากร่วมสร้าง

สำหรับเงินติดล้อ คุณหนุ่มเล่าว่ามีวิธีการรักษาความเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ ของอุตสาหกรรมนี้ที่ไม่ซับซ้อน นั่นคือการรักษาความสม่ำเสมอในทุกสิ่งที่เชื่อ และทุกสิ่งที่ทำ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เงินติดล้ออยากทำ นั่นคือการนำบทเรียนและความสำเร็จจากการสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมองค์กรมาถ่ายทอดต่อ

“ก่อนนี้เราเรียกโครงการนี้ว่า Culture WoW ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนลงทะเบียนแล้วก็มาทัวร์ เยี่ยมชมองค์กรของเรา โดยเราได้เล่าเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเราให้เขาฟัง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้งสายการบินของประเทศ บริษัทโทรคมนาคม สถาบันการเงิน รวมทั้งองค์กรจากต่างประเทศที่มาเยี่ยมเรา เพื่อทำความเข้าใจว่าทำอย่างไรจึงจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งขึ้นมาได้ ซึ่งปีนี้เราก็จะผลักดันโครงการนี้ต่อในชื่อ ‘TIDLOR Academy’ ด้วยการเปิดคอร์สให้บริษัทที่สนใจสมัครเข้ามาเพื่อร่วมเวิร์คช้อปกับเราเป็นเวลา 3 วัน เพื่อหาคำตอบในการนำไปสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและเข้มแข็งให้กับองค์กรของตัวเอง”

แน่นอนว่าการเปิดคอร์สเพื่อแบ่งปันการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ เป็นสิ่งที่ยังไม่มีองค์กรใดในประเทศไทยทำอย่างจริงจัง แต่เงินติดล้อตั้งใจทำ เพราะเข้าใจว่าหัวใจของการเป็นองค์กรที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนคือการ ‘สร้างคน’ ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อองค์กร แต่ยังส่งผลต่อการมีสังคมและเศรษฐกิจที่ดีของประเทศตามมาด้วย
 

 

Avatar Ngerntidlor
บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น

ติดล้อสตอรี่อื่น ๆ

อารีเกเตอร์…นวัตกรรมเพื่อเติบโตไปด้วยกัน

อารีเกเตอร์...นวัตกรรมแห่งโอกาสที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจและพันธมิตรอย... อ่านต่อ
18 พฤษภาคม 2565

เติบโตจากโอกาส และแข็งแกร่งจากพลังของ ‘การทำเพื่อคนอื่น’

เส้นทางแห่งโอกาสที่เงินติดล้อ เติบโตจากความกล้า เชื่อมั่น และเปิดใจรับโอกาส เรียนร... อ่านต่อ
22 มีนาคม 2565

เบื้องหลังการเป็น Tech Leader ของเงินติดล้อ

เบื้องหลังและกลยุทธ์ของเงินติดล้อที่ทำให้องค์กรก้าวขึ้นมาเป็น Tech Leader ที่เต... อ่านต่อ
21 กุมภาพันธ์ 2565
Back to top