หน้าแรก > ติดล้อสตอรี่ > องค์กร > รู้จัก “ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

รู้จัก “ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

รู้จัก “ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล ผู้ที่ยอมทิ้งความฝันที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สู่บทบาทการเป็นผู้พลิกสถานะบริษัทสินเชื่อขนาดเล็กให้กลายเป็นบริษัทการเงินที่มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท
 

เล่าถึงเรื่องราวของตัวเองสักเล็กน้อย

ผมเกิดและเติบโตในอเมริกา แต่กลับมาศึกษาในระดับปริญญาตรีที่เมืองไทย สำเร็จการศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2542  หลังจบการศึกษา ผมได้เข้าทำงานที่ Boston Consulting Group (BCG) เป็นเวลา 2 ปี ก่อนมีโอกาสเข้าร่วมทีม Asia Pacific M&A ของ AIG รับหน้าที่ติดต่อธุรกิจในระดับภูมิภาค ซึ่งหนึ่งในผลงานที่ผมสามารถปิดดีลให้กับ AIG ได้คือบริษัทสินเชื่อขนาดเล็กที่เปิดให้บริการตามต่างจังหวัดของประเทศไทยที่มีชื่อว่า “เงินติดล้อ” (หรือ NTL) หลังจากนั้น ผมจึงได้ย้ายมารับตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายการตลาดที่เงินติดล้อ ในตอนนั้นผมอายุ 26 ปี จนกระทั่งปี 2556 ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 32  นับจากวันนั้น เงินติดล้อเติบโตขึ้นหลายเท่าตัว จากเดิมมียอดสินเชื่อคงค้างเพียง 9,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 45,000 ล้านบาท เราได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่มีมาตรฐาน ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเป้าหมายในการสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินที่โปร่งใสและเป็นธรรมให้กับสังคมไทย มาจนถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่ได้เรียน MBA  และยังไม่ได้ย้ายกลับไปอเมริกาตามแผนเดิมที่เคยวางไว้
 

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในธุรกิจการเงิน

ผลกระทบจากนวัตกรรมใหม่ ๆ ครับ คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าธุรกิจด้านการเงิน เป็นผู้เล่นที่ล้าสมัย รอวันที่จะถูกดิสรัปท์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเช่นนั้นจริง โชคดีที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ลงทุนอย่างมหาศาลใน Digital Transformation และระบบ Analytics และไม่นานนี้เอง เราได้เร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงช่องทางในการขายใหม่ ๆ ที่จะทำให้การเข้าถึงทางการเงินเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและท้าทายมากกับความพยายามที่จะเอาชนะอุปสรรค และนำเสนอแนวทางทางใหม่ ๆ ในการเข้าถึงบริการทางการเงินในตลาดดั้งเดิมที่เคยเป็นของผู้ปล่อยสินเชื่อและนายหน้าประกันท้องถิ่น ซึ่งเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ในครอบครัว ขาดความโปร่งใส ขาดแนวทางการให้สินเชื่อที่มีความรับผิดชอบ ในอีกแง่หนึ่ง ยังมีโอกาสอีกมากในการนำหลักธรรมาภิบาล วิธีการบริหารจัดการความเสี่ยง และเทคโนโลยีมาปรับใช้อย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างรากฐานในตลาด พร้อมทั้งยกระดับให้ธุรกิจนี้ให้มีความเป็นธรรมและเข้าถึงง่ายขึ้น
 

อะไรคือจุดเชื่อมโยงระหว่างตัวคุณกับภูมิภาคเอเชีย

ผมใช้เวลาครึ่งชีวิตในอเมริกา และอีกครึ่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมชื่นชอบเอเชียในแง่ความเชื่อมโยงกันระหว่างเศรษฐกิจและความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผมมีมุมมองที่กว้างขึ้น
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผมเติบโตขึ้นในย่านชานเมืองในสหรัฐอเมริกา
 

ในแง่ธุรกิจ คุณชอบเมืองไหนในเอเชีย เพราะอะไร

กรุงเทพฯ ครับ เพราะชีวิตการทำงานส่วนใหญ่ของผมอยู่ที่นี่ ความคุ้นเคยกับขนบธรรมเนียม กรอบของกฎหมาย และระบบการกำกับดูแล ทำให้ผมทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันหยุดก็ยังสามารถเดินทางไปพักผ่อนตามที่พักริมทะเลหรือวิวภูเขาสวย ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพได้ง่าย ๆ
 

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่คุณเคยได้รับ

ช่วงที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ CEO ของกลุ่มบริษัทการเงินของเราท่านหนึ่ง เคยแนะนำว่าให้ “เลือกเส้นทางที่ยากกว่าเสมอ” ซึ่งแน่นอนว่า เวลาที่ผมต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ผมพบว่าคำแนะนำนี้มีประโยชน์กับผมมากทีเดียว และจากประสบการณ์ทำให้ผมยิ่งเข้าใจว่า บนเส้นทางที่มีอุปสรรคอยู่เพียงเล็กน้อย คงยากที่จะนำเราไปพบกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้
 

คุณมีใครเป็นแรงบันดาลใจ

คำถามนี้ตอบยากครับ ผมใช้เวลาไปกับการอ่านเยอะมาก ซึ่งช่วยให้ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น และผมคิดว่าการเรียนรู้แบบนี้ต้นทุนน้อยกว่ามาก หากจะเทียบกับการเรียนรู้จากประสบการณ์การลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ผมได้แรงบันดาลใจจากหลาย ๆ คน ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน อย่าง บารัค โอบามา, สตีฟ จอบส์, แจ็ค เวลซ์, หลุยส์ เกิร์สตเนอร์, เจฟฟ์ เบโซส, โจนาธาน ไอฟ์, อีลอน มัสก์, วอร์เรน บัฟเฟตต์, ทอม เบรดี, ไมเคิล จอร์แดน, เรย์ ดาลิโอ และ ไซมอน ซิเนค ผมเรียนรู้จากบุคคลผู้ยิ่งใหญ่หลายท่านที่กล่าวมา ทั้งในด้านการเมือง ธุรกิจ และกีฬา พยายามนำมาปรับใช้กับชีวิตทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน
 

เรื่องประทับใจล่าสุดที่คุณเพิ่งได้เรียนรู้มา

ผมเพิ่งได้อ่านหนังสือชุด “The Good to Great” ของ Jim Collins และ “The Bezos Letters” ของ Steve Anderson ซึ่งกล่าวถึงแนวคิดที่เรียกว่า Flywheel ที่นับเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผม ขณะเดียวกัน ผมรู้สึกประหลาดใจกับแนวคิดที่ดูจะเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ และผมก็พบกับความท้าทายอย่างมากในการวาด Flywheel ของบริษัทที่ผมบริหารมา 7 ปีลงบนกระดาษ แต่ที่น่าทึ่งคือเมื่อค้นพบและเชื่อมโยง Flywheel ได้แล้ว ผมสามารถนำไปใช้ปรับแนวทางและสร้างความชัดเจนภายในองค์กรได้อีกมากมาย นานมากแล้วที่ผมไม่ได้พบกับแนวคิดทางธุรกิจที่น่าตื่นเต้นขนาดนี้ ถึงกับต้องยอมอดหลับอดนอนเพื่อพยายามหาวิธีนำไปประยุกต์ใช้
 

หากย้อนเวลากลับไปได้ มีอะไรที่คุณอยากทำต่างไปจากเดิม

นับถึงตอนนี้ ยังไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่ผมเสียใจถึงขนาดว่าถ้าย้อนเวลาไปได้จะไม่ทำซ้ำอีก ผมว่าถ้าจะมีจริงๆ  ก็คงเป็นเรื่องการออมให้มากขึ้นและปาร์ตี้ให้น้อยลงในช่วงวัยรุ่น
 

วิธีคลายเครียดของคุณเป็นแบบไหน

ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนเก็บตัวค่อนข้างมาก ดังนั้นผมชอบอยู่ในที่เงียบๆ ไม่พลุกพล่านจนเกินไป ผมผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกายบนลู่วิ่งหรือไปพักผ่อนตามรีสอร์ทริมชายหาดที่มีมากมายในประเทศไทย และผมเลือกห้องที่มองเห็นทะเลทุกครั้ง
 

หนังสือที่คุณคิดว่าทุกคนที่อยู่ในธุรกิจควรอ่าน

Thinking Fast, and Slow ของ Daniel Kahneman หนังสือเล่มนี้สอนให้ผมเข้าใจเรื่องความบกพร่องของมนุษย์ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง เพราะเราต่างถูกครอบงำด้วยอคติที่เกิดจากกระบวนการคิดและการรับรู้ ถ้าการประสบความสำเร็จในธุรกิจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ การสื่อสาร การจูงใจ และความเป็นผู้นำที่ดี หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณตระหนักและเข้าใจ ไม่เพียงแค่อคติภายในตัวคุณเอง แต่รวมถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจของคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ถ้าเราเข้าใจประเด็นนี้เราอาจทำผิดพลาดน้อยลงและมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้นเวลาที่เราคิดว่าเราเห็นความผิดพลาดของพวกเขา
 

ฝากอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

“เงินติดล้อ” ที่คนภายนอกอาจมองว่าไม่แตกต่างจากธุรกิจสินเชื่อท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวนมากในประเทศไทย แต่เบื้องหลัง คือ เรามีทีมผู้บริหารมืออาชีพที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการด้านสินเชื่อและแพลตฟอร์มนายหน้าประกันภัยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการใช้ข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบและมอบความคุ้มครองด้านประกันภัยให้กับผู้คนในสังคม
 
ในฐานะผู้นำในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถ เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้ ด้วยการตั้งมาตรฐานให้สูงทั้งในเรื่องความโปร่งใส เทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร และคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เราได้นำบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากธุรกิจสินเชื่อของเราเองและใช้ทรัพยากรจำนวนมากไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสร้างการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัย เราวางเป้าหมายไว้ไกลกว่าแค่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลในระยะอันใกล้นี้ จุดมุ่งหมายของเราคือการเป็นผู้นำในการกำหนดรูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เรากำลังดำเนินธุรกิจอยู่
 
ที่มา : Empirics Asia

Back to top