สรุปสาระสำคัญ (Key Highlights):
- TIDLOR Change Agent: บทบาทที่ไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่ง แต่คือ “คนหน้างาน” ผู้เปลี่ยนนโยบายให้เป็นการลงมือทำจริง
- Human-Centric Skills: ปลดล็อกศักยภาพด้วยความเข้าใจมนุษย์ (Empathy) และการสื่อสารที่สร้างความไว้วางใจ (Trust)
- ESG & Sustainability: เรียนรู้ผ่านกิจกรรม BIOCHAR ณ ดอยตุง สะท้อนหลักคิดการเปลี่ยนต้นทุนทางประสบการณ์สู่พลังบำรุงองค์กรจากรุ่นสู่รุ่น
- The Trusted Partner: ยกระดับจากเพียง “ผู้ส่งสาร” สู่การเป็น “พันธมิตรผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากนโยบายหรือแผนธุรกิจที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “คนหน้างาน” ที่คอยชวน เชื่อม และนำทีมไปข้างหน้าในทุกๆ วัน ซึ่ง บมจ. เงินติดล้อเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือ TIDLOR Change Agent โดยบทบาทนี้ไม่ได้วัดกันที่ชื่อตำแหน่ง แต่ตัดสินที่ความตั้งใจที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงในทุกวัน และช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
และเพื่อให้ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ “พร้อม” ทั้งความคิด ทักษะ และวิธีทำงานร่วมกับผู้อื่น TIDLOR Change Agent Workshop จึงถูกออกแบบขึ้น เพื่อเติมความพร้อมและเสริมศักยภาพในเรื่องการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น ยอมรับความแตกต่าง และเรียนรู้วิธีการสื่อสารเพื่อพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ด้วยความเคารพและไว้วางใจกัน

เวิร์กช็อปนี้จัดขึ้นในช่วงปลายปี 2025 โดยมีทีม Culture Gangster, Culture Hero, พี่เลี้ยงการเงิน (Financial Mentor) และทีม ESG Working Group เข้าร่วมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านบทบาทของแต่ละทีมอย่างเต็มที่
วันที่ 1: ปลดล็อกศักยภาพผู้นำผ่าน Transformational Coaching
ก่อนเริ่มเวิร์กช็อป คุณนิภา วนิชวัฒน์ ผู้บริหารระดับสูง สายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ได้มอบข้อคิดสำคัญเพื่อย้ำถึงบทบาทของผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ความรู้ด้านการเงิน หรือความยั่งยืน ทุกเป้าหมายที่เงินติดล้ออยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงล้วนต้องเริ่มจาก ‘คน’ ที่ลงมือทำ บทบาทของพวกเราในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงสำคัญมาก ไม่ใช่เพราะตำแหน่ง แต่เพราะทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง และมีพลังที่จะส่งต่อแรงกระเพื่อมให้คนรอบข้างเห็นความสำคัญ กล้าลงมือทำ และช่วยกันทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้จริง”
ต่อด้วยเวิร์กช็อปหัวข้อ “TIDLOR Change Agent Incubation” โดยได้รับเกียรติจาก คุณทอปัด สุบรรณรักษ์ ผู้อํานวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการโค้ชเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformational Coaching) และ นายแพทย์ สมโภช จาตุรันต์รัศมี Executive Coach มาร่วมกันปลดล็อกศักยภาพผู้เข้าร่วมกิจกรรม


โดยเนื้อหาเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ “อารมณ์” และ “ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์” เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเปิดใจที่กว้างขึ้นกว่าเดิม สื่อสารได้อย่างตรงจุดและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจในสิ่งที่กำลังทำ และสามารถชักชวนคนรอบข้างให้เดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้อย่างเคารพและปราศจากอคติ
เป้าหมายสำคัญคือการ ยกระดับบทบาทของผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากเพียง “ผู้ส่งสาร” ไปสู่การเป็น “พันธมิตรผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับความไว้วางใจ” อย่างแท้จริง
วันที่ 2: ถอดแนวคิด BIOCHAR จากผืนป่าดอยตุง สู่การส่งต่อประสบการณ์ในองค์กร
เหล่าผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ร่วมกันดูแลผืนป่าดอยตุงผ่านกิจกรรมเติมปุ๋ย BIOCHAR (ถ่านชีวภาพ) ซึ่งผลิตจาก “ไผ่ตายขุย” ที่หมดอายุขัยตามธรรมชาติ BIOCHAR ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงดินและเพิ่มโอกาสรอดให้ต้นไม้ แต่การนำไผ่แห้งมาแปรรูปยังช่วยลดความเสี่ยงไฟป่าและการเกิดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์อย่างยั่งยืน

ที่น่าสนใจคือ “แนวคิดเบื้องหลัง BIOCHAR” ยังสะท้อนหลักคิดที่สามารถนำมาปรับใช้กับการสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้เช่นกัน คือการมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่อาจยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เต็มศักยภาพ ในวันนี้ แล้วแปลงให้กลายเป็นพลังบำรุงและต่อยอดให้กับวันข้างหน้า เปรียบเหมือนการส่งต่อประสบการณ์ บทเรียน และมุมมองจากเหล่าผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่คนรุ่นถัดไป เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเพื่อนร่วมงานและองค์กรในวงกว้าง

และที่สำคัญ กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการดูแลป่า แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้ “ดูแลกันและกัน” ไปพร้อมกันด้วย เพราะเส้นทางขึ้น-ลงเขาค่อนข้างท้าทาย ก็จะมีภาพของการช่วยเหลือของหลายๆ ทีมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ทั้งการรอเพื่อน การส่งแรงใจ การแบ่งหน้าที่ และการประคองกันจนถึงจุดหมาย เป็นเกร็ดบรรยากาศเล็กๆ ที่อบอุ่น แต่สะท้อนความร่วมมือร่วมใจของชาวเงินติดล้อได้อย่างชัดเจน
ช่วงเวลาความประทับใจ AHA Moment
หลังจบกิจกรรมทั้ง 2 วันเต็มๆ ก็มีหลากหลายความรู้สึกที่อยากบอกต่อให้ทั้งกับเพื่อนๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมและทีมงานเบื้องหลังที่จัดกิจกรรม
“ประทับใจที่ทุกคนเข้าใจความแตกต่างของกันและกัน และชอบที่เวิร์คชอปนี้มีแต่การให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกัน และเชื่อว่าหลังจากนี้ไป เราทุกคนจะช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้เกิดขึ้นได้”
สุฤทัย จิรวรพิทักษ์ ฝ่ายปฏิบัติการ
“จากที่ฟัง เราประทับใจที่น้องๆ ดีใจและภูมิใจที่ได้รับเลือกเข้าร่วมกิจกรรมนี้ อยากบอกกับน้องๆ ทุกคนว่าพวกเขากำลังทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าที่ตัวเองคิด และอยากให้น้องๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความรู้สึกภาคภูมิใจนี้ไว้”
นิภา วนิชวัฒน์ ผู้บริหารระดับสูง สายงานกิจกรรมเพื่อสังคม
“กิจกรรมนี้ทำให้เรานอกจากจะเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น แล้วยังทำให้รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากใคร แต่เริ่มจากตัวเอง ด้วยความเข้าใจเขา เข้าใจเรา ใจกว้างมากขึ้น แล้วเราจะรู้ว่าการจะนำทีมให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ไม่จำเป็นต้องชี้นิ้วบอกเขาว่าต้องทำอะไร แต่ทำให้เขาดูว่าการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่าเป็นยังไง”
ชนากานต์ ศิริวรศิลป์ ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ
“ผมชอบเวิร์กช็อปที่เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัย ไม่มีคำว่าผิด เพราะทุกอย่างคือการเรียนรู้ ผมคิดว่ามันดีมากถ้าเวลาที่มีใครสักคนพูดอะไรออกมาแล้วไม่มีการตัดสินว่าสิ่งนั้นผิด สิ่งนั้นถูก มีแต่การรับฟังกัน แล้วก็ชอบการต้อนรับของทุกคนในห้องนี้ และอยากให้เมื่อทุกคนกลับไปแล้วก็ยังคงมอบสิ่งดีๆ แบบนี้ให้กันอยู่”
มกร จิตหาญ ฝ่าย Tidlor Academy
“ประทับใจกับเวิร์คชอปที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องการใจกว้างกับตัวเอง รู้จักที่จะขอบคุณและชื่นชมตัวเองให้เป็น รวมถึงเรื่องการทำความเข้าใจคนอื่น อย่างการที่เรามองใครว่าเป็นคนไม่ดี ก็คือการที่เราตัดสินใจจากมุมของเรา แต่ถ้าเราต้องอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาบ้าง เราก็อาจจะกลายเป็นคนแบบเดียวกับเขาก็ได้ และถ้าเราใจกว้างกับตัวเองได้ เราก็จะใจกว้างกับคนอื่นได้มากขึ้น”
ภธิญา วัชรกิตติชัย ฝ่าย Tidlor Academy
“พี่ได้เห็นว่าทุกคนสามารถเอาชนะอุปสรรคได้ ถ้าเราไม่เดินคนเดียว การเดินป่าครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่าทุกคนหยุดคอยกัน ไม่ทิ้งกัน แล้วมันสะท้อนความเป็น Change Agent ที่ต้องการพาคนที่เราอยากช่วยเหลือไปให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องเร็ว เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องของความเร็วอย่างเดียว แต่คือเรื่องของความเข้าใจ และการอยู่เคียงข้างกันจนไปถึงเป้าหมายด้วยกัน”
กัญญาภรณ์ นววิจิตรกุล ฝ่าย Tidlor Academy
“รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ครับ จากกิจกรรมที่ไปเติมปุ๋ยให้กับป่าที่ดอยตุง ทำให้ผมรู้สึกว่าพนักงานทุกคนก็เหมือนกับต้นไม้ที่องค์กรคอยดูแล บ่มเพาะให้เราเติบโตได้อย่างดี จากการอบรมและเรียนรู้ที่ให้ตลอดตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน และวันหนึ่งก็หวังว่าสิ่งที่พวกเราพยายามทำจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ พนักงานและองค์กร เหมือนกับ BIOCHAR ที่ช่วยให้ระบบนิเวศในป่าที่ดอยตุงไปต่อได้อย่างสมดุลครับ”
ยุทธศิลป์ หลิ่วปัญจรัตน์ ฝ่าย Information technology
สรุป
ท้ายที่สุด TIDLOR Change Agent Workshop นี้ไม่ได้ทิ้งไว้แค่ความทรงจำ แต่ทิ้ง “วิธีคิด” และ “วิธีทำงานร่วมกัน” ที่ทุกคนพากลับไปใช้ได้จริง ตั้งแต่การเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น ไปจนถึงการชวนคนรอบข้างเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างเคารพและไว้วางใจกัน
กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า แม้องค์กรจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัยมามากมาย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ “เจตนารมณ์” ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น เพราะหัวใจของ Change Agent ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง แต่อยู่ที่การทำให้เจตนารมณ์นั้นเกิดขึ้นจริงในทุกวัน ผ่านการลงมือทำและส่งต่อแรงกระเพื่อมเชิงบวกจากรุ่นสู่รุ่น
เจตนารมณ์นี้จะถูกสานต่อโดยเหล่า TIDLOR Change Agent และชาวเงินติดล้อทุกคนที่พร้อมจะเติมพลังและก้าวไปด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและยั่งยืนตลอดไป