หน้าแรก > บทความ > ไลฟ์สไตล์ > วิธีคำนวณภาษี และรายการลดหย่อน ก่อนยื่นภาษี 2564

วิธีคำนวณภาษี และรายการลดหย่อน ก่อนยื่นภาษี 2564

VIEW 29373 คน
วิธีคำนวณภาษี และรายการลดหย่อน ก่อนยื่นภาษี 2564
อย่างที่ทราบกันดีว่าทุกๆ ต้นปีเราจะต้องทำการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยในปี 2564 ที่จะถึงนี้ เรามาดูกันว่ามีสิทธิลดหย่อนภาษีใดบ้าง? และแต่ละอย่างมีเงื่อนไขอย่างไร? แม้แต่มือใหม่ด้านภาษีก็สามารถเรียนรู้ได้ง่ายๆ

หากพร้อมแล้ว เรามาหาคำตอบได้ในบทความนี้กันเลย!

รายการลดหย่อนก่อนยื่นภาษี 2564


เรามาดูกันว่า สำหรับผู้ที่กำลังจะยื่นภาษีนั้น สิทธิลดหย่อนภาษีของปี 2564 มีอะไรบ้าง และสามารถลดหย่อนได้มากน้อยเพียงใด เพื่อที่จะได้คำนวณภาษีล่วงหน้าได้อย่างถูกต้อง โดยสิทธิในการลดหย่อนนั้นจะแยกออกเป็นหมวดหมู่ตามที่กฏหมายกำหนด ดังนี้
  • กลุ่มภาระส่วนตัวและครอบครัว
  • กลุ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ
  • กลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุน
  • กลุ่มสำหรับการบริจาค
  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ต่อไปเรามาดูกันว่าในแต่ละหมวดหมู่นั้นมีรายละเอียดการลดหย่อนภาษีอย่างไรบ้าง

กลุ่มภาระส่วนตัวและครอบครัว

กลุ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐกลุ่มสำหรับการบริจาค
  • กลุ่มภาระส่วนตัวและครอบครัว


    แบ่งออกได้ 6 สิทธิ ได้แก่
    1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว


      จำนวนลดหย่อน: 60,000 บาท
      เงื่อนไข: ลดหย่อนทันทีสำหรับผู้มีเงินได้ที่ทำการยื่นภาษี
    2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส


      จำนวนลดหย่อน: 60,000 บาท
      เงื่อนไข: สำหรับสามี - ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย โดยคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ หรือมีแต่ยื่นภาษีแบบแสดงรายการแบบรวมกัน
    3. ค่าลดหย่อนบุตร


      จำนวนลดหย่อน: 30,000 บาทต่อบุตร 1 คน (ไม่จำกัดจำนวนบุตร)
      เงื่อนไข:
      • หากเป็นบุตรตามกฏหมายสามารถนำมาลดหย่อนได้ไม่จำกัดจำนวนคน (นับทุกคนไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่)
      • หากเป็นบุตรบุญธรรมนำมาลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน (นับเฉพาะบุตรที่มีชีวิตอยู่)
      • หากมีทั้งบุตรตามกฎหมาย และบุตรบุญธรรม ให้นำบุตรตามยกฎหมายทั้งหมดมาหักภาษีก่อน แล้วจึงนำบุตรบุญธรรมมาหัก โดยรวมกันได้ไม่เกิน 3 คน
      • หากมีบุตรตามกฏหมายเกินกว่า 3 คนขึ้นไป จะนำบุตรบุญธรรมมาหักภาษีไม่ได้
    4. เงื่อนไข:


      สำหรับการนำบุตรที่มีมาใช้ในการลดหย่อนภาษีนั้น ตัวบุตรจะต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้
      • บุตรจะต้องมีอายุระหว่างแรกเกิด จนถึง 20 ปี
      • หากบุตรมีอายุ 21 - 25 ปี ต้องศึกษาในระดับอนุปริญญา (ปวส.) ขึ้นไป
      • หากบุตรมีอายุเกินกว่า 25 ปี ต้องเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
      • บุตรต้องไม่มีเงินได้ในปีภาษีนั้นเกินกว่า 30,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้ที่มีนั้นได้รับการยกเว้นตามกฏหมาย เช่น เงินที่ได้รับจากพ่อแม่ หรือเงินปันผล
    5. ค่าลดหย่อนฝากครรภ์ และคลอดบุตร


      จำนวนลดหย่อน: สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
      เงื่อนไข: หักตามค่าใช้จ่ายจริง ทั้งค่าตรวจครรภ์ ค่าฝากครรภ์ ค่าทำคลอด ค่าบำบัดทางการแพทย์ การพักฟื้นภายในโรงพยาบาล แต่สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
    6. ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดา - มารดา


      จำนวนลดหย่อน: 30,000 บาท ต่อบิดา - มารดา 1 คน โดยสามารถนับรวมบิดา - มารดาของคู่สมรสด้วยได้ (รวมสูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท) เงื่อนไข: ลดหย่อนทันทีสำหรับผู้มีเงินได้ที่ทำการยื่นภาษี
    7. ค่าอุปการะผู้พิการ หรือทุพพลภาพ


      จำนวนลดหย่อน: 60,000 บาทต่อคน
      เงื่อนไข:
      • ผู้ทุพพลภาพต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ
      • ต้องเป็นผู้ที่ดูแลคนพิการตามกฏหมายว่าด้วย “การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ”
  • กลุ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ


    มีด้วยกัน 1 สิทธิ ได้แก่

    1. มาตรการ “ช้อปดีมีคืน”


    จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อ เงื่อนไข:
    • สำหรับการซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2563
    • สินค้าที่ซื้อต้องเป็นดังนี้
      • สินค้าและบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเพื่อเป็นหลักฐานได้
      • หนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมถึง eBook (ยกเว้นนิตยสารและหนังสือพิมพ์) จากร้านที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่สามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบได้
      • สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน และมีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ
    • สินค้าที่ไม่เข้าร่วม ได้แก่ เครื่องดื่นที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบ สลากกินแบ่งรัฐบาล น้ำมัน ค่าที่พักและ ค่าตั๋วเครื่องบิน
  • กลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุน


    แบ่งออกได้ 10 สิทธิ ดังนี้
    1. เงินประกันสังคม


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
    2. เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
    3. เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
      *** ข้อ 2 และ 3 รวมกันแล้วลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
    4. เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
    5. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ


      จำนวนลดหย่อน: ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
    6. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)


      จำนวนลดหย่อน: ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
    7. กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ / กบข. / สงเคราะห์ครูเอกชน


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สามารถสะสมเพิ่มได้โดยขอเปลี่ยน % ที่กำหนดไว้กับนายจ้าง
    8. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท
    9. กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)


      จำนวนลดหย่อน: ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
    10. กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX)


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
      *** ข้อ 5 - 10 รวมกันแล้วลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
  • กลุ่มสำหรับการบริจาค


    แบ่งออกได้ 2 สิทธิ ได้แก่
    1. เงินบริจาคทั่วไป


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่บริจาคจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว
      เงื่อนไข: สำหรับการบริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศล ได้แก่มูลนิธิต่างๆ สถานสงเคราะห์ สมาคม หรือวัดวาอาราม
    2. เงินบริจาคสนับสนุนพรรคการเมือง


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่บริจาคจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์


    แบ่งออกได้ 2 สิทธิ ได้แก่
    1. ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
      เงื่อนไข:
      • สำหรับสินเชื่อเพื่อการเช่าซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัยเท่านั้น
      • ต้องเป็นสินเชื่อที่กู้ยืมจากสถาบันทางการเงินภายในประเทศเท่านั้น
      • หากมีการกู้มากกว่า 1 แห่งสามารถนำมาใช้ลดหย่อนรวมกันได้ แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท
      • กรณีกู้ร่วม จะแบ่งดอกเบี้ยออกเท่าๆ กันตามจำนวนผู้กู้ แต่รวมแล้วแต่ละคนจะลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาท
    2. โครงการบ้านหลังแรกปี 2559


      จำนวนลดหย่อน: ตามที่บริจาคจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว
      เงื่อนไข: สำหรับการบริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศล ได้แก่มูลนิธิต่างๆ สถานสงเคราะห์ สมาคม หรือวัดวาอาราม

สรุป


เท่านี้ทุกคนก็ทราบกันแล้วว่าสิทธิลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่มีสำหรับการยื่นภาษี 2564 นั้นมีอะไรบ้าง แต่หลายคนมักจะมองข้ามการยื่นภาษีกันเนื่องจากถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากน่าปวดหัว และต้องเตรียมเอกสารมากมาย แต่หากโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังขึ้นมา บอกเลยว่าจำนวนเงินที่จะเสียคงไม่คุ้มกันแน่นอน อีกทั้งการยื่นภาษียังช่วยประหยัดเงินในอนาคตของคุณอีกด้วย

เพราะฉะนั้น! จัดการตระเตรียมเอกสารให้เพียบพร้อม และยื่นภาษีเป็นประจำทุกๆ ปีจะเป็นการดีที่สุด

บทความอื่น ๆ

Back to top