หน้าแรก > บทความ > ไลฟ์สไตล์ > เช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยตัวเอง ทำอย่างไร

เช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยตัวเอง ทำอย่างไร

VIEW 342136 คน
เช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยตัวเอง ทำอย่างไร
หลายๆ คนประกอบอาชีพเป็นพนักงานประจำ ซึ่งในทุกๆ เดือนเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำจ่ายไปเป็นค่าประกันสังคม เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองต่างๆ จากสิทธิประกันสังคมจากภาครัฐบาล

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าประกันสังคมนั้นให้สิทธิประโยชน์อะไรกับเราได้บ้าง และจะทำการตรวจสอบได้อย่างไร? บทความนี้เงินติดล้อจะขอแนะนำวิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ ให้คุณสามารถทำการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ด้วยตัวเองได้ภายในเวลาไม่นาน

มาดูกันเลยครับว่าต้องทำอย่างไร!
 

เช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ ทำอย่างไร?


เงินติดล้อจะพาคุณมาเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์กันทีละขั้นตอน ตามนี้เลยครับ
  1. เข้าสู่เว็บไซต์ประกันสังคมออนไลน์ >>> www.sso.go.th

     
  2. เมื่อเข้าสู่หน้าระบบสมาชิกผู้ประกันตน กดที่ปุ่ม “สมัครสมาชิก”

     
  3. กดยอมรับข้อตกลงการให้บริการ แล้วกดปุ่มถัดไป

     
  4. กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบ จากนั้นกดถัดไป

     
  5. กดปุ่ม “คลิกที่นี่ เพื่อขอรับรหัส OTP” จากนั้นนำ SMS บนมือถือมาใส่ในช่องรหัส จากนั้นกดปุ่มยืนยัน

     
  6. หากลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะแสดงผลดังนี้

     
  7. จากนั้นให้ไปที่หน้าเข้าสู่ระบบ กรอกรหัสตามที่สมัครไปในข้างต้น

     
  8. กดปุ่มที่ “ผู้ประกันตน”

     
  9. เท่านี้ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลสิทธิประกันสังคมออนไลน์ได้เรียบร้อยแล้วครับ

     

สิทธิประกันสังคมช่วยอะไรเราได้บ้าง


หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าสิทธิประกันสังคมนั้นสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เดี๋ยวเงินติดล้อจะทำการสรุปสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมแบบคร่าวๆ ให้ ตามนี้เลยครับ
  • กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย


    ได้รับการให้บริการทางการแพทย์จนสิ้นสุดการรักษา รวมถึงการบำบัดไต ปลูกถ่ายอวัยวะ บริการด้านทันตกรรม และเงินทดแทนขาดรายได้ขณะเจ็บป่วย
  • กรณีทุพพลภาพ

    • ค่ารักษาพยาบาล + เงินทดแทนขาดรายได้
    • ค่าใช้จ่ายในกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายของผู้ทุพพลภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ และอาชีพ เป็นจำนวนไม่เกิน 40,000 บาทต่อราย
    • ค่าอวัยวะเทียม + อุปกรณ์
    • ค่าพาหนะรับ - ส่งผู้ทุพพลภาพ 500 บาทต่อเดือน
  • กรณีเสียชีวิต


    รับค่าทำศพ 40,000 บาท + เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
  • เงินสมทบค่าคลอดบุตร

    • ค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายไม่จำกัดจำนวนครั้ง เบิกได้ 13,000 บาทต่อครั้ง
    • ผู้ประกันตนฝ่ายหญิงจะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรอีกในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง)
    • ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
  • เงินสมทบชราภาพ

    • อายุครบ 55 ปี สมทบไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) ได้บำเหน็จ
    • อายุครบ 55 ปี สมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป (15 ปี) ได้บำนาญ
    • ถ้าค่าจ้างเกินกว่าเดือนละ 15,000 บาท สมทบไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้บำนาญเดือนละ 3,000 บาท หากส่งเกิน 180 เดือน (15 ปี) จะได้เพิ่มปีละ 225 บาท
  • เงินสงเคราะห์บุตร


    บุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร 600 บาทต่อเดือนต่อคน ครั้งละไม่เกิน 3 คน
  • เงินสมทบกรณีว่างงาน


    กรณีเลิกจ้าง: ได้เงินทดแทน 50% ของค่าจ้างปีละไม่เกิน 180 วัน (6 เดือน)

    กรณีลาออก: ได้เงินทดแทน 30% ของค่าจ้างปีละไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน)

    เหตุสุดวิสัย: ได้เงินทดแทน 50% ของค่าจ้างปีละไม่เกิน 180 วัน (6 เดือน)

ไม่ได้ทำงานประจำ ทำประกันสังคมได้หรือไม่?


สำหรับหลายๆ คนที่ไม่มีงานประจำก็สามารถมีสิทธิประกันสังคมได้ครับ! ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (แต่ไม่เกิน 65 ปี) ก็สามารถทำได้

โดยจะนับเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 มีสิทธิประโยชน์ให้เลือกจ่ายด้วยกันอยู่ 3 ทางเลือก ได้แก่
  • ทางเลือกที่ 1: จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี ได้แก่
    • กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน ไม่เกินปีละ 30 วัน
    • กรณีทุพพลภาพ ทดแทนการขาดรายได้ 500 - 1,000 บาทต่อเดือน ไม่เกิน 15 ปี
    • กรณีเสียชีวิต รับค่าทำศพ 20,000 บาท และได้เพิ่มอีก 3,000 บาทหากจ่ายเงินสมทบเกิน 60 เดือน
  • ทางเลือกที่ 2: จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี ได้แก่
    • กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน ไม่เกินปีละ 30 วัน
    • กรณีทุพพลภาพ ทดแทนการขาดรายได้ 500 - 1,000 บาทต่อเดือน ไม่เกิน 15 ปี
    • กรณีเสียชีวิต รับค่าทำศพ 20,000 บาท และได้เพิ่มอีก 3,000 บาทหากจ่ายเงินสมทบเกิน 60 เดือน
    • บำเหน็จชราภาพ 50 บาทต่อเดือน ออมเพิ่มได้ 1,000 บาทต่อเดือน
  • ทางเลือกที่ 3: จ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี ได้แก่
    • กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน ไม่เกินปีละ 90 วัน
    • กรณีทุพพลภาพ ทดแทนการขาดรายได้ 500 - 1,000 บาทต่อเดือนตลอดชีวิต
    • กรณีเสียชีวิต รับค่าทำศพ 40,000 บาท
    • บำเหน็จชราภาพ 150 บาทต่อเดือน ออมเพิ่มได้ 1,000 บาทต่อเดือน
    • เงินสงเคราะห์บุตร 200 บาทต่อเดือนต่อคน ครั้งละไม่เกิน 2 คน
โดยสามารถจ่ายเงินสมทบเพื่อเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ ผ่านสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ โทรศัพท์สายด่วน 1506 และจุดให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ
 

สรุป


ประกันสังคมเป็นหนึ่งในการประกันตนพื้นฐานที่ทุกๆ คนควรมี เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดขึ้นกับตัวเมื่อไหร่ การมีประกันป้องกันไว้จะช่วยให้คุณหมดห่วงด้านค่าใช้จ่ายไปได้ในระดับหนึ่ง แล้วก็อย่าลืมศึกษาวิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์เพื่อตรวจสอบสิทธิของตัวเองกันด้วยนะครับ

นอกจากประกันสังคมที่เป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานจากภาครัฐบาลแล้ว อย่าลืมใส่ใจความปลอดภัยบนท้องถนนจากอีกหนึ่งประกันจากรัฐบาล นั่นก็คือ พ.ร.บ. รถยนต์นั่นเองครับ ศึกษาการซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่บทความนี้เลยครับ

หรือเลือกช่องทางที่ง่ายกว่า ด้วยการต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “เงินติดล้อ” จัดการได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เพียง 5 ขั้นตอน ไม่เกิน 5 นาที รถของคุณก็จะสามารถต่อ พ.ร.บ. ใหม่เอี่ยมได้เรียบร้อย!

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือของคุณ ตามลิงก์นี้เลยครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อ พ.ร.บ. ผ่านแอปพลิเคชันเงินติดล้อได้ที่ >>> https://www.tidlor.com/th/ntlapp.html#ctp

บทความอื่น ๆ

Back to top