
นอกจากนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้กับหลายครัวเรือนได้แล้ว รัฐบาลยังตระหนักถึงปัญหาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน จึงได้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่าง “เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน” เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนไทยอีกด้วย มาดูกันว่าเงินรายหัวนักเรียน 2568 มีอะไรบ้าง
1. เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนได้คนละกี่บาท
2. ค่าอุปกรณ์การเรียน 2568 มีอะไรบ้าง เบิกได้คนละกี่บาท
ขั้นตอนการเบิกค่าอุปกรณ์การเรียน
3.เบิกค่าชุดนักเรียน 2568 ได้เท่าไหร่
4. เบิกค่าหนังสือเรียน ปีการศึกษา 2568 ได้เท่าไหร่
5. ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2568 ได้คนละกี่บาท
สรุป เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ปีงบประมาณ 2568
เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ปีงบประมาณ 2568 มีอะไรบ้าง

เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน เป็นงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สถานศึกษา เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่
1. เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนได้คนละกี่บาท
สำหรับเงินอุดหนุนรายหัวสำหรับนักเรียนทั่วไป รัฐจะจัดสรรให้กับนักเรียนทุกคน ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีอัตราการจัดสรรจำแนกตามระดับ ดังนี้
ระดับก่อนประถมศึกษา 1,972 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 986 บาท/คน)
ระดับประถมศึกษา 2,204 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 1,102 บาท/คน)
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4,060 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 2,030 บาท/คน)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4,408 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 2,204 บาท/คน)
2. ค่าอุปกรณ์การเรียน 2568 มีอะไรบ้าง เบิกได้คนละกี่บาท

ใบเสร็จค่าอุปกรณ์การเรียน 2568 กี่บาทถึงจะเบิกได้? สำหรับค่าอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน เช่น สีเทียน สีน้ำ ดินน้ำมันไร้สารพิษ กรรไกรสำหรับเด็กปฐมวัย กระดาษ สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด กระเป๋านักเรียน อินเทอร์เน็ตซิมเพื่อใช้ในการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับนักเรียนพิการ เป็นต้น เบิกได้ตามอัตรา ดังนี้
ค่าอุปกรณ์การเรียนระดับอนุบาล (2568) 290 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 145 บาท/คน)
ค่าอุปกรณ์การเรียนระดับประถม (2568) 440 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 220 บาท/คน)
ค่าอุปกรณ์การเรียนระดับมัธยมต้น (2568) 520 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 260 บาท/คน)
ค่าอุปกรณ์การเรียนระดับมัธยมปลาย (2568) 520 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 260 บาท/คน)
ค่าอุปกรณ์การเรียนนักเรียนอาชีวะ ปวช.1-3 (2568) ที่จัดโดยสถานประกอบการ 520 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 260 บาท/คน)
ขั้นตอนการเบิกค่าอุปกรณ์การเรียน
นักเรียนหรือผู้ปกครองสามารถใช้จ่ายเงินค่าอุปกรณ์การเรียนตามความต้องการ ให้เหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละระดับชั้น โดยให้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณภาพการเรียนเป็นสำคัญ ขั้นตอนการเบิกค่าอุปกรณ์การเรียน สถานศึกษาจะจ่ายเงินสดให้กับนักเรียนหรือผู้ปกครอง ตามขั้นตอนการจ่ายเงิน การควบคุม ติดตาม และการตรวจสอบ ดังนี้
แต่งตั้งผู้จ่ายเงิน
สถานศึกษาแต่งตั้งผู้จ่ายเงินอย่างน้อย 2 คน โดยมีครูประจำชั้นร่วมเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง โดยให้ลงลายมือชื่อผู้รับเงิน กรณีนักเรียนไม่สามารถลงลายมือชื่อรับเงินได้ ให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อรับเงินแทน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานการจ่ายเงิน
จัดซื้อ จัดหาอุปกรณ์การเรียน
สถานศึกษาแจ้งให้นักเรียนหรือผู้ปกครอง จัดซื้อ จัดหาอุปกรณ์การเรียนได้ตามความต้องการ เช่น จัดซื้อจากร้านค้า ชุมชน เป็นต้น โดยดำเนินการให้ทันก่อนวันเปิดภาคเรียน
ติดตามใบเสร็จรับเงิน
สถานศึกษาติดตามใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการจัดหาอุปกรณ์การเรียนจากนักเรียนหรือผู้ปกครอง กรณีไม่มีใบเสร็จให้ใช้แบบหลักฐานยืนยันการจัดหา หากพบว่านักเรียน ไม่มีอุปกรณ์การเรียน โดยนักเรียนหรือผู้ปกครองนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผู้ปกครองจะต้องคืนเงินให้กับทางราชการ
3.เบิกค่าชุดนักเรียน 2568 ได้เท่าไหร่

สำหรับงบประมาณค่าชุดนักเรียน หรือค่าเครื่องแบบนักเรียน ประกอบด้วยเสื้อ กางเกง กระโปรง เบิกได้ตามอัตรา ดังนี้
ระดับก่อนประถมศึกษา 325 บาท/คน/ปี
ระดับประถมศึกษา 400 บาท/คน/ปี
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท/คน/ปี
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 550 บาท/คน/ปี
ระดับ ปวช. 1 - 3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 950 บาท/คน/ปี
ทั้งนี้ ผู้ปกครองหรือนักเรียนสามารถเฉลี่ยจ่ายระหว่างเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนได้ กรณีนักเรียนมีชุดนักเรียนเพียงพอแล้ว สามารถซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชุดกีฬา ชุดฝึกงาน ชุดประจำท้องถิ่น และอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นได้
4. เบิกค่าหนังสือเรียน ปีการศึกษา 2568 ได้เท่าไหร่

สำหรับงบประมาณค่าหนังสือเรียน ใช้เป็นค่าหนังสือเสริมประสบการณ์สำหรับระดับก่อนประถมศึกษา ค่าหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น และแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้เฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อจัดสรรให้นักเรียนมีหนังสือใช้เรียนครบทุกคน ดังนี้
มูลค่าหนังสือต่อชุด
ก่อนประถมศึกษา 200 บาท/คน/ปี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 656 บาท/คน/ปี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 650 บาท/คน/ปี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 653 บาท/คน/ปี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 707 บาท/คน/ปี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 846 บาท/คน/ปี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 859 บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 808 บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 921 บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 996 บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 1,384 บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 1,326 บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 1,164 บาท/คน/ปี
ชั้น ปวช. 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 2,000 บาท/คน/ปี
5. ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2568 ได้คนละกี่บาท

สำหรับงบประมาณค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมกิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมวิชาการ
คุณธรรม จริยธรรม/ลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์
กิจกรรมทัศนศึกษา
กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกล
เบิกได้ตามอัตรา ดังนี้
ระดับก่อนประถมศึกษา 490 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 245 บาท/คน)
ระดับประถมศึกษา 547 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 273-274 บาท/คน)
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1,003 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 501-502 บาท/คน)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1,083 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 541-542 บาท/คน)
ระดับ ปวช. 1 - 3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 1,083 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 541-542 บาท/คน)
สรุป เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ปีงบประมาณ 2568
เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐที่จัดสรรให้สถานศึกษา เพื่อลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครอง โดยในปีการศึกษา 2568 นับเป็นปีที่สองของการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ที่กำหนดให้มีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนแบบขั้นบันไดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 ถึง 2569
นอกจากนโยบายของรัฐจะช่วยสนับสนุนการศึกษา และลดภาระทางการเงินให้แก่ผู้ปกครองได้แล้ว เงินติดล้อยังมีบริการสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเงินทุนเพื่อการศึกษาของบุตรหลานเพิ่มเติม หรือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัว

