tidlorlogo

โอนลอยรถยนต์คืออะไร? ต่างจากโอนตรงอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

การเงินน่ารู้
7133 ครั้ง
โอนลอยรถยนต์คืออะไร? ต่างจากโอนตรงอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • โอนลอยรถ คือ การที่เจ้าของรถเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ไว้ล่วงหน้า แต่ยังไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถที่กรมการขนส่งทางบกทันที ต่างจากการโอนรถปกติที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะดำเนินการโอนเสร็จสมบูรณ์ที่ขนส่ง และเปลี่ยนชื่อในระบบทันที

  • ข้อดีในการโอนลอย คือช่วยเพิ่มความสะดวกในกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่สามารถไปดำเนินการที่ขนส่งพร้อมกันได้ นิยมใช้ในการซื้อขายรถมือสองผ่านเต็นท์รถ หรือกรณีฝากขายรถ เพื่อลดขั้นตอนการนัดหมาย

  • การโอนลอยแม้จะสะดวกและรวดเร็ว แต่หากเอกสารไม่ครบหรือปล่อยไว้นานเกินไป อาจเกิดปัญหาด้านกรรมสิทธิ์และความรับผิดทางกฎหมายได้ จึงควรตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้อง และรีบดำเนินการโอนกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

การซื้อขายรถมีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบมากกว่าการตกลงราคา เพราะนอกจากสภาพรถและเอกสารแล้ว “ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์” เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคำว่า “โอนลอย” ที่หลายคนอาจเคยได้ยินบ่อย แต่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร ปลอดภัยไหม และการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของโอนลอยต่างจากการโอนรถแบบปกติอย่างไร

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจการโอนลอยรถยนต์แบบละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เอกสาร ขั้นตอน ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงข้อควรระวัง เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายรถตัดสินใจได้รอบคอบมากขึ้น

โอนลอย คืออะไร

โอนลอย คืออะไร

โอนลอย คือ การที่ผู้ขายรถเซ็นเอกสารสำหรับโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ไว้ล่วงหน้า เช่น แบบคำขอโอนและรับโอน หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารประกอบอื่นๆ แล้วส่งมอบเอกสารให้ผู้ซื้อหรือคนกลางนำไปดำเนินการโอนที่กรมการขนส่งทางบกภายหลัง

พูดให้เข้าใจง่ายคือ “ผู้ขายเซ็นเอกสารไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถในระบบทันที” ดังนั้นในช่วงที่ยังไม่ได้ดำเนินการโอนจริง ชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนและระบบของขนส่งอาจยังเป็นชื่อเจ้าของเดิมอยู่

การโอนลอยมักพบในการซื้อขายรถมือสอง เช่น ซื้อขายผ่านเต็นท์รถ ฝากขายรถ หรือกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่สะดวกไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งพร้อมกัน แต่แม้จะดูสะดวก แต่ก็มีความเสี่ยงที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ

โอนลอยรถต่างจากการโอนรถปกติอย่างไร

การโอนรถปกติหรือโอนตรง คือ การที่ผู้โอนและผู้รับโอนเตรียมเอกสารให้ครบ นำรถไปตรวจสภาพ และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบกให้เสร็จเรียบร้อยตามขั้นตอน เมื่อโอนเสร็จ ชื่อเจ้าของรถจะเปลี่ยนเป็นชื่อผู้รับโอนอย่างถูกต้อง

ส่วนการโอนลอย คือ ผู้ขายเซ็นเอกสารไว้ก่อน แต่ผู้ซื้อยังไม่ได้นำไปดำเนินการโอนทันที ทำให้กรรมสิทธิ์ในระบบยังไม่เปลี่ยนในทันที แม้รถจะถูกส่งมอบไปแล้วก็ตาม

ข้อดี–ข้อเสียของการโอนลอยรถยนต์

ข้อดีของโอนลอย

แม้การโอนลอยจะมีความเสี่ยง แต่ในบางสถานการณ์ก็มีข้อดีด้านความสะดวก โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่สามารถไปสำนักงานขนส่งพร้อมกันได้ โดยมีข้อดี ได้แก่

  • สะดวกและรวดเร็วสำหรับผู้ขาย สามารถรับเงิน ส่งมอบรถ และเซ็นเอกสารได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสำนักงานขนส่ง

  • เหมาะกับการขายให้เต็นท์รถหรือคนกลาง เพราะผู้ซื้อสามารถนำรถไปขายต่อได้ง่าย โดยยังไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทันที

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกนี้ควรแลกมากับการจัดการเอกสารอย่างรอบคอบ และควรรีบดำเนินการโอนจริงให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ข้อเสียและความเสี่ยง

ข้อเสียสำคัญของการโอนลอยคือ หากยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่ง ชื่อเจ้าของรถในระบบอาจยังเป็นชื่อผู้ขายเดิมอยู่ ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ โดยความเสี่ยงที่ควรรู้ ได้แก่

  • เจ้าของเดิมยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนรถ หากรถถูกนำไปใช้ผิดกฎหมาย เกิดอุบัติเหตุ หรือมีใบสั่ง ชื่อที่อาจถูกเรียกตรวจสอบยังคงเป็นชื่อเจ้าของเดิม

  • เสี่ยงต่อการถูกสวมทะเบียนหรือหลอกขาย เพราะรถอาจถูกนำไปใช้โดยอ้างชื่อเจ้าของเดิม ทำให้การตรวจสอบย้อนหลังทำได้ยาก

  • ผู้ซื้ออาจโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ในอนาคต เช่น หากเจ้าของเดิมเสียชีวิต เปลี่ยนชื่อ บัตรประชาชนหมดอายุ หรือรถถูกอายัด เอกสารโอนลอยที่ถืออยู่ก็อาจใช้โอนไม่ได้หรือมีขั้นตอนซับซ้อนมากขึ้น

กรมการขนส่งทางบกระบุในคู่มือการโอนรถว่า ต้องแจ้งการโอนรถต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน และรถที่ยื่นโอนต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียน ดังนั้น หากปล่อยโอนลอยไว้นานเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาทางเอกสารและค่าใช้จ่ายตามมาได้

เอกสารโอนลอยรถยนต์มีอะไรบ้าง?

เอกสารโอนลอยรถยนต์มีอะไรบ้าง?

การโอนลอยรถยนต์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถนำไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ต่อที่กรมการขนส่งทางบกได้อย่างถูกต้อง โดยเอกสารสำคัญที่ควรมี มีดังนี้

  • หนังสือสัญญาซื้อขาย

  • เล่มทะเบียนรถตัวจริง

  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด

  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของผู้ซื้อ (ในกรณีที่เจ้าของรถขายต่อกับผู้ซื้อโดยตรง)

  • สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด

  • แบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด

  • หนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด (ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้ไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งเอง สามารถให้บุคคลอื่นหรือบุคคลที่ซื้อรถต่อไปทำเรื่องโอนแทนได้)

ขั้นตอนการโอนลอยรถ

การโอนลอยรถยนต์คือการที่เจ้าของรถเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ผู้ซื้อจะนำเอกสารไปดำเนินการโอนจริงที่กรมการขนส่งทางบก โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ 

  • ตกลงซื้อ–ขายและตรวจสภาพรถ

เริ่มจากผู้ซื้อและผู้ขายตกลงรายละเอียดการซื้อขาย เช่น ราคา วิธีชำระเงิน และวันส่งมอบรถ จากนั้นควรตรวจสอบสภาพรถ เอกสารทะเบียน เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ รวมถึงเช็กว่ารถไม่มีภาษีค้างหรือภาระผูกพันอื่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง

  • ผู้ขายเตรียมเอกสารและเซ็นชุดโอนลอย

ผู้ขายต้องเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น เล่มทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน แบบคำขอโอนและรับโอน และหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) พร้อมลงลายเซ็นให้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถนำไปดำเนินการโอนต่อได้

  • ส่งมอบรถและชุดเอกสารให้ผู้ซื้อหรือเต็นท์รถ

หลังจากตกลงซื้อขายเรียบร้อย ผู้ขายจะส่งมอบรถ กุญแจ และชุดเอกสารทั้งหมดให้ผู้ซื้อ หรือในบางกรณีอาจส่งผ่านเต็นท์รถหรือคนกลางที่รับดำเนินการแทน โดยควรมีหลักฐานการรับ-ส่งเอกสารและการชำระเงินเก็บไว้ทุกครั้ง

  • ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนที่ขนส่ง

ผู้ซื้อหรือผู้รับมอบอำนาจจะนำรถและเอกสารไปตรวจสภาพ พร้อมยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่ง เมื่อดำเนินการเสร็จ ชื่อเจ้าของรถในระบบและในเล่มทะเบียนจะเปลี่ยนเป็นชื่อผู้ซื้ออย่างถูกต้อง

โอนลอยรถต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

โอนลอยรถต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

แบบฟอร์มหลักที่เกี่ยวข้องกับใบโอนลอยรถ คือแบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้แจ้งต่อนายทะเบียนว่าผู้โอนได้โอนรถให้ผู้รับโอนแล้ว โดยในแบบฟอร์มจะมีข้อมูลสำคัญ เช่น เลขทะเบียนรถ จังหวัด ชนิดรถ เลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ชื่อผู้โอน ชื่อผู้รับโอน ราคาซื้อขาย ลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน หากมีการให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบกและสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจประกอบด้วย

แบบฟรอร์มการโอนรถ:

ค่าธรรมเนียมการโอนลอยรถยนต์

ก่อนโอนรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการโอนปกติ โอนลอย หรือโอนข้ามจังหวัด สิ่งหนึ่งที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้าคือ “ค่าใช้จ่ายในการโอนรถ” ซึ่งจะมีทั้งค่าธรรมเนียมพื้นฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี เช่น การเปลี่ยนป้ายทะเบียน เปลี่ยนเล่มทะเบียนรถยนต์ โดยค่าใช้จ่ายหลักๆ มีดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมในการโอนรถยนต์ 100 บาท

  • ค่าคำขอในการโอนรถยนต์ 5 บาท

  • ค่าตรวจสภาพรถที่ขนส่ง 50 บาท

  • ค่าเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) 200 บาท

  • ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) 100 บาท

  • ค่าอากรแสตมป์ (ตามประมวลรัษฎากร) คิดจาก “ราคาประเมินรถ” โดยใช้อัตรา 50 บาท ต่อราคาประเมิน 10,000 บาท (เท่ากับ 500 บาทต่อ 100,000 บาท หรือประมาณ 0.5% ของมูลค่าที่ประเมิน)

ข้อควรระวังในการโอนลอย

แม้การโอนลอยจะช่วยให้การซื้อขายรถสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่หากดำเนินการไม่รอบคอบ อาจนำไปสู่ปัญหาด้านกฎหมายหรือกรรมสิทธิ์ในภายหลังได้ ดังนั้นควรตรวจสอบและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน พร้อมระมัดระวังในประเด็นต่อไปนี้

  • เอกสารต้องครบและถูกต้อง เช่น สำเนาบัตรประชาชนต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมระบุข้อความกำกับ เช่น “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวข้องกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน xxxx เท่านั้น” เพื่อป้องกันการนำเอกสารไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

  • ระบุในสัญญาซื้อขายให้ชัดเจน ว่ายังไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์กับ กรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงภายหลัง

  • ควรมีพยานลงลายมือชื่อในสัญญา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและช่วยยืนยันรายละเอียดการซื้อขายหากเกิดข้อพิพาท

  • ไม่ควรปล่อยโอนลอยไว้นานเกินไป เพราะยิ่งใช้เวลานาน ความเสี่ยงเรื่องเอกสารหมดอายุหรือข้อมูลเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งสูงขึ้น

  • ตรวจสอบสถานะรถก่อนซื้อขาย เช่น รถไม่ติดคดี ไม่มีภาระผูกพัน หรือไม่ได้ถูกอายัด เพื่อป้องกันปัญหาการโอนในภายหลัง

  • รีบดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ทันทีเมื่อพร้อม เพื่อให้ชื่อเจ้าของรถในระบบเปลี่ยนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตัวจริง ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย

สรุป

โอนลอยรถยนต์เป็นวิธีที่ช่วยให้การซื้อขายรถสะดวกขึ้นในกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่สามารถไปดำเนินการโอนพร้อมกันได้ แต่ก็มีความเสี่ยงหากปล่อยไว้นานหรือเอกสารไม่ครบ เพราะชื่อเจ้าของรถในระบบอาจยังเป็นชื่อเจ้าของเดิมอยู่ ดังนั้น ควรตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้อง ทำสัญญาซื้อขายเป็นลายลักษณ์อักษร และรีบนำรถไปโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมาย ภาษี ค่าปรับ หรือความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

หากต้องการวางแผนจัดการค่าใช้จ่ายหลังการโอนลอยรถ การเลือกผู้ให้บริการทางการเงินที่มีข้อมูลชัดเจนและมีช่องทางบริการที่สะดวกก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ เงินติดล้อ มีบริการสินเชื่อทะเบียนรถ พร้อมช่องทางให้บริการทั้งผ่านสาขาและแอปติดใจ ช่วยให้จัดการเรื่องสินเชื่อ ตรวจสอบข้อมูล หรือโอนเงินสินเชื่อได้สะดวก ทั้งนี้ ควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และอัตราดอกเบี้ยก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 12-24% ต่อปี (ณ วันที่ 18 เม.ย. 68

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโอนลอยรถยนต์ (FAQ)

สำหรับคนที่กำลังซื้อขายรถมือสองด้วยวิธีโอนลอยรถ อาจมีหลายคำถามที่ต้องทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ เพราะแม้จะเป็นวิธีที่สะดวก แต่ก็มีรายละเอียดเรื่องเอกสาร ค่าใช้จ่าย และความรับผิดชอบตามกฎหมายที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า

โอนลอยผิดกฎหมายไหม?

โอนลอยไม่ได้ผิดกฎหมายโดยตรงหากมีการตกลงซื้อขายและเอกสารถูกต้องครบถ้วน แต่ความเสี่ยงคือ หากยังไม่ไปโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก ชื่อเจ้าของรถเดิมยังอยู่ในระบบ หากรถเกิดใบสั่ง ภาษีค้าง หรือมีปัญหาทางกฎหมาย เจ้าของเดิมอาจได้รับผลกระทบ ดังนั้น ควรรีบนำเอกสารไปโอนให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

โอนลอยแล้วขายต่อได้ทันทีเลยไหม?

โอนลอยแล้วขายต่อสามารถทำได้แต่ไม่แนะนำให้ทำทันทีหากเอกสารยังไม่สมบูรณ์ เพราะยิ่งขายต่อหลายทอด ยิ่งเสี่ยงที่เอกสารจะสูญหาย ลายเซ็นไม่ตรง หรือข้อมูลเจ้าของรถไม่ชัดเจน ผู้ซื้อรายถัดไปอาจโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ หากเอกสารชุดเดิมไม่ครบหรือหมดอายุการใช้งานในทางปฏิบัติทางที่ปลอดภัยคือควรโอนเป็นชื่อตัวเองให้เรียบร้อยก่อนขายต่อ

โอนลอยมีผลกับการขอสินเชื่อ/ ไฟแนนซ์อย่างไร?

การโอนลอยรถอาจมีผลต่อการขอสินเชื่อหรือไฟแนนซ์เพราะชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนอาจยังไม่ใช่ชื่อผู้ขอสินเชื่อ โดยทั่วไป ผู้ให้บริการสินเชื่อมักต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์รถ เล่มทะเบียน และเอกสารเจ้าของรถให้ชัดเจนก่อนพิจารณา หากเอกสารโอนลอยไม่ครบ หรือยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์จริง อาจทำให้ขั้นตอนขอสินเชื่อล่าช้าหรือไม่ผ่านเงื่อนไข จึงควรโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องก่อนนำรถไปใช้เป็นหลักประกัน

โอนลอยมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายในการโอนลอยจะใกล้เคียงกับการโอนรถปกติ เพราะสุดท้ายยังต้องนำเอกสารไปดำเนินการโอนที่ขนส่ง ค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ค่าคำขอโอน ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าตรวจสภาพรถที่ขนส่ง และค่าอากรแสตมป์ ในบางกรณีอาจมีค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน เช่น โอนข้ามจังหวัด หรือผู้ซื้ออยากเปลี่ยนป้ายใหม่ หากเล่มทะเบียนชำรุดหรือเสียหาย อาจมีค่าออกเล่มทะเบียนใหม่เพิ่มเติมด้วย

Tag : โอนรถกรมขนส่งทางบกการโอนลอยซื้อขายรถสัญญาซื้อขายรถ