หน้าแรก > ติดล้อสตอรี่ > ความยั่งยืน > ชาวเงินติดล้อ ร่วมสร้าง “โลกสีเขียว”

ชาวเงินติดล้อ ร่วมสร้าง “โลกสีเขียว”

04 ตุลาคม 2564
ชาวเงินติดล้อ ร่วมสร้าง “โลกสีเขียว”

เรื่องราวนี้เริ่มมาจากความพยายามสร้าง “แรงกระเพื่อมเล็ก ๆ” เพื่อหวังจะขยายวงกว้างและมีพลังมากขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของ “ชาวเงินติดล้อ” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้าง “โลกสีเขียว”

“โลกสีเขียว” ที่ชาวเงินติดล้อกำลังร่วมกันสร้างนั้น มีความน่าสนใจตรงที่จุดเริ่มต้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่การมองเห็นปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่มีความพยายามร่วมมือกันหาทางแก้ไข และนำไปสู่ความสำเร็จได้ด้วย ความกระหายเรียนรู้ กล้าคิด กล้าลอง ที่เป็นค่านิยมขององค์กรที่ขาวเงินติดล้อทุกคนมีอยู่ในตัวเอง

บทความนี้จะบอกเล่าเส้นทางการสร้าง “โลกสีเขียว” ของชาวเงินติดล้อและวิธีการปลูกต้นกล้าของ “สำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม” ให้ค่อยๆเติบโตและงอกงามอย่างทุกวันนี้ ว่าเป็นมาอย่างไร

ทีม Business Support and Central Service (BSCS) หรือ ทีมบริการกลาง เป็นทีมหลักในการขับเคลื่อนเส้นทางการสร้าง “โลกสีเขียว” ของชาวเงินติดล้อ โดยเมื่อทีมมองเห็นปัญหาของการใช้พลังงานน้ำ ไฟต่างๆในอัตราที่สูงนั้น ได้พยายามช่วยกันแก้ปัญหาโดยเกิดเป็น “รณรงค์ลดการใช้พลังงาน” ซึ่งเป็นแนวคิดตั้งต้นในการพยายามสร้าง “โลกสีเขียว” ก่อนจะเกิดโครงการต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย

“เนื่องจากงานของทีม BSCS จะเกี่ยวข้องกับการดูแลสาธารณูปโภค การใช้น้ำ ใช้ไฟ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงเรื่องแม่บ้าน งานเก็บขยะ ความปลอดภัยของสำนักงานใหญ่และสาขา และยังรวมถึงการใช้รถสำนักงานต่าง ๆ ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องที่เชื่อมโยงอยู่กับสิ่งแวดล้อม

ทีม BSCS

ทีม BSCS เริ่มเห็นปัญหาการใช้พลังงานในปริมาณที่สูงมาตั้งแต่สำนักงานใหญ่ของเงินติดล้ออยู่ที่อาคารจุฑามาศ จึงเริ่มต้นจากการรณรงค์ให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน ด้วยการนำสติ๊กเกอร์แปะตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนช่วยกันปิดไฟ-ปิดน้ำในช่วงที่ไม่ใช้

รวมถึงการรณรงค์ประหยัดน้ำมัน ไม่ว่าจะด้วยการดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเพื่อจะได้ไม่กินน้ำมัน การเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซลมาเป็น B10 และเปลี่ยนจากเบนซินมาเป็น E20 ซึ่งนอกจากจะช่วยลดมลพิษแล้วยังส่งผลต่อการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทด้วย

จนกระทั่งย้ายสำนักงานใหญ่มาที่อารีย์ ฮิลล์ ทีม BSCS ก็ใส่ใจตั้งแต่โครงสร้าง วางแผนคุยกับผู้รับเหมา ที่รับงานตกแต่งภายในตั้งแต่ต้น โดยให้เปลี่ยนหลอดไฟที่ใช้มาเป็นหลอดไฟ LED เพื่อจะได้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ทยอยเปลี่ยนเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้หลอดไฟทั้งหมดได้เปลี่ยนเป็น LED หมดแล้ว”

ระหว่างทางของความพยายามสร้าง “โลกสีเขียว” ยังมี “บทเรียนดี ๆ” จากความกระหายเรียนรู้ และกล้าคิด กล้าลอง ตามค่านิยมชาวเงินติดล้อ ที่ทำให้ทีม BSCS ได้เรียนรู้ว่า ความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของพื้นที่และพฤติกรรมของผู้ใช้พื้นที่นั้น คือองค์ประกอบสำคัญที่นำเส้นทางนี้ไปสู่ความสำเร็จ

“ประมาณ 1-2 ปีที่แล้วเรามีการนำ Motion Switch (สวิตซ์ไฟที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อเปิด-ปิดการใช้งานอัตโนมัติ) มาลองใช้ในห้องประชุม แต่ลองไปได้แค่ 2 ห้องก็บ่นอุบ เพราะบางครั้งคนในห้องประชุมก็ตั้งใจประชุม นั่งกันนิ่ง ๆ แต่ Motion switch ตรวจจับไม่พบความเคลื่อนไหว ทำให้ไฟดับอัตโนมัติ คนก็ตกใจว่าทำไมจู่ ๆ ไฟถึงดับ

เลยต้องมาวิเคราะห์พื้นที่กันใหม่ว่าที่ไหนบ้างที่ผู้ใช้งานไม่ต้องใช้งานเป็นประจำ และไม่จำเป็นต้องเปิดไฟตลอดเวลา ในที่สุดเราก็เปลี่ยนการใช้ Motion Switch ไปไว้ที่บริเวณเครื่องปริ้นท์เอกสารซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสม เพราะเมื่อคนปริ้นท์งานเสร็จก็จะเดินออกมา ไฟก็จะดับอัตโนมัติเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวบริเวณนั้น จะเห็นได้ว่าการทำงานตลอดเส้นทางนี้ทำให้เราได้เรียนรู้การปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และเรียนรู้ที่จะมองให้รอบด้านมากขึ้น”

อีก “บทเรียนสำคัญ” ของทีม BSCS มาจาก “การรณรงค์ให้ชาวเงินติดล้อคัดแยกขยะ และทิ้งขยะแต่ละประเภทลงถังขยะรีไซเคิลอย่างถูกต้อง” ซึ่งนำมาสู่การออกแบบถังขยะรีไซเคิลที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และนำมาสู่การ “กำหนดพิกัด” ตั้งถังขยะรีไซเคิลได้อย่าง “ถูกที่ ถูกฝ่าย”

“ก่อนจะถังขยะรีไซเคิลจะมีหน้าตาอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ เราลองกันมาแล้วหลายแบบ เริ่มจากใช้ถังขยะต่างสี แล้วก็ติดป้ายข้างบนว่าถังสีไหนใช้ทิ้งขยะอะไร แต่พอนำไปวางก็ยังไม่ค่อยมีการแยกขยะกันสักเท่าไหร่

ในความพยายามครั้งที่ 2 เราเลยปรับช่องของฝาถังให้พอดีกับขนาดของขยะแต่ละชนิดที่ต้องการให้ทิ้ง เช่นถังขยะที่ต้องการให้ทิ้งขวดพลาสติกก็เจาะฝาให้พอดีกับขวดน้ำ แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ทิ้งตามนั้นอยู่ดี

จนสุดท้ายเราคิดวิธีออกแบบถังขยะใหม่ ให้มีรูปลักษณ์ที่ดูแล้วรู้ทันทีว่าต้องทิ้งอะไร อย่างถังสำหรับทิ้งขวดพลาสติกก็ออกแบบฝาครอบถังเป็นรูปขวด แล้วแยกเป็นช่องให้ทิ้งฝาขวด และช่องทิ้งพลาสติกหุ้มขวด ส่วนตัวขวดก็หย่อนลงถังได้เลย แม่บ้านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปแยกอีกรอบ

ถังใส่กระป๋องอลูมิเนียม อย่างกระป๋องเบียร์ กระป๋องน้ำอัดลม จะดีไซน์ถังให้เป็นรูปกระป๋องอลูมิเนียม แล้วเจาะช่องให้ใส่ได้เฉพาะกระป๋องอลูมิเนียมเท่านั้น ส่วนถังใส่กระดาษใช้แล้วเป็นถังที่ทำมาจากกระดาษลัง ซึ่งเรารับมาจาก SCGP (บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง) หนึ่งในพาร์ทเนอร์เรื่องสิ่งแวดล้อมของเรา ถังขยะ E waste สำหรับทิ้งอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์มีพิษ เช่น หูฟัง มือถือเก่า แท่นชาร์ตเก่า สายชาร์ตเก่า ฯลฯ เราก็รับมาจาก AIS ซึ่งอยู่ในเครือข่าย E Waste”

ส่วนเรื่องจุดติดตั้ง ก็เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ว่าถังขยะประเภทอะไร เหมาะกับจุดประสงค์ของผู้ใช้พื้นที่บริเวณไหน

“อย่างถังกระดาษ A4 รีไซเคิล เราไปตั้งที่บริเวณปริ้นท์เอกสาร ส่วนถังรับกระดาษลัง นำไปตั้งใกล้ ๆ กับฝ่าย IT ซึ่งมีการสั่งอุปกรณ์ที่ต้องแกะกล่องกันบ่อย ๆ พอนำถังใส่กระดาษลังไปวางใกล้ ๆ ฝ่าย IT ก็ทิ้งได้สะดวกขึ้น”

นอกจากนี้ ทีม BSCS ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจนขึ้น ด้วยการบอกถึงประโยชน์ของการคัดแยกขยะที่จับต้องได้มากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เช่น ขวดน้ำพลาสติกที่มาจากการคัดแยกขยะ เราก็สื่อสารว่าจะมีการนำไปบริจาคที่ “วัดจากแดง” เพื่อแปรรูปเป็นเส้นใยและนำไปทำเป็นผ้าไตรจีวรถวายพระ ส่วนกระป๋องและฝากระป๋องอลูมิเนียม เราจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อนำไปทำเป็นขาเทียมให้กับผู้พิการ กระดาษใช้แล้วก็นำส่งให้โรงงานกระดาษนำไปรีไซเคิลต่อ ขณะที่ขยะมีพิษก็จะได้รับการนำไปทำลายอย่างถูกวิธี

“เราพยายามใช้ข้อมูลที่เป็นตัวเลขมาประกอบ เพื่อให้เห็นภาพและเป้าหมายได้ดีขึ้น เช่น ถึงวันนี้ เงินติดล้อบริจาคขวดพลาสติกให้วัดจากแดงไปแล้วจำนวน 164 กิโล ซึ่งสามารถนำไปทำเป็นผ้าไตรจีวรได้จำนวน 328 ผืน หรือหากลดการกินกาแฟจากแก้วพลาสติก 1 แก้ว จะลดการสร้างขยะได้ถึง 4 ชิ้น (คือตัวแก้ว ฝา หลอดพลาสติก ถุงหิ้ว) และถ้าเปลี่ยนมาใช้แก้วส่วนตัวทุกวันที่มาทำงาน 5 วัน จะลดขยะได้ถึง 20 ชิ้น แต่หากตลอดทั้งปี ชาวเงินติดล้อทุกคนร่วมใจกันใช้แก้วส่วนตัว จะลดขยะจากแก้วกาแฟพลาสติกได้ถึง 6 ล้านชิ้น”

ปริมาณทรพยากรที่ ชาวเงินติดล้อช่วยกันรักษ์โลก

จนถึงวันนี้ ทีม BSCS ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์โครงการ Go Green ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการติดตั้งโซลาร์ เซลล์ ด้านหน้าสาขา เพื่อให้แสงสว่างแทนหลอดไฟ โครงการรณรงค์ลดขยะอินทรีย์ (สั่งอาหารแค่พออิ่ม) เป็นต้น

กุญแจแห่งความสำเร็จของทีม BSCS มาจาก “ความร่วมมือ ร่วมใจ”ของชาวเงินติดล้อที่พร้อมหมุนไปสู่เป้าหมายเดียวกันนั่นก็คือสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

“เวลาที่เงินติดล้อทำอะไร จะไม่ได้ทำกันอยู่แค่ฝ่ายเดียวหรือทีมเดียว แต่จะได้รับความร่วมมือจากทีมอื่น ๆ ด้วยเสมอ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมตกแต่งสำนักงานใหญ่และสาขาในธีม “ลดโลกร้อน” ให้ตกแต่งฝ่ายและสาขาของตนเองจากวัสดุเหลือใช้ เราก็ได้รับความร่วมมือจาก “ทีม DIY” ทำวิดีโอ สอนการประดิษฐ์ของตกแต่งจากของเหลือใช้ และช่วยนำกระป๋องอลูมิเนียมที่รวบรวมได้มาทำเป็นต้นคริสต์มาส นำขวดพลาสติกมาทำเป็นโคมไฟ ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจในการคัดแยกขยะได้ดีขึ้น

การสื่อสารที่ทีม Culture ช่วยสร้างความสนุกผ่านกิจกรรม “ทุกวันพุธ ชวนเธอมากรีน” ใน Facebook ชาวเงินติดล้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ชาวเงินติดล้อช่วยกัน Green ด้วยการถือถุงผ้าใช้แก้วส่วนตัว คัดแยกขยะ ฯลฯ และโพสต์ภาพมาร่วมสนุกเพื่อลุ้นว่าวันนี้จะมีใครบิงโกบ้าง

รวมถึงการสั่งทำของพรีเมียมและของรางวัลต่าง ๆ ที่นำมาใช้แจกพนักงานในแต่ละกิจกรรมก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดเชื่อมโยงกับการรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น ถุงผ้า หรือขวดน้ำ เป็นต้น”

และที่สำคัญที่สุดคือ “ผู้บริหารเงินติดล้อ” ที่มีบทบาทเป็นทั้ง “กองหนุน” และ “ผู้นำทาง” ในการสร้าง “โลกสีเขียว” ของเรา

ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการนำกระดาษ A4 ที่ผลิตมาจากกระดาษรีไซเคิลมาใช้ในสำนักงานก็มาจากแนวคิดของคุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์ (MD)

นอกจากคุณหนุ่ม ก็มีทีมผู้บริหารเองที่ทำให้น้อง ๆ ดูเป็นตัวอย่างในทุก ๆ วันไม่ว่าจะเป็นการนำแก้วน้ำ ขวดน้ำ ส่วนตัวมาทุกวัน หรือถือถุงผ้ามาตลอด”

และนี่แหละคือเรื่องราวของแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ จากการร่วมมือ ร่วมใจของชาวเงินติดล้อทุกคน ทั้งหมดนี้ได้รวมกันเป็น “พลัง” ที่ทำให้ “โลกสีเขียว” ของชาวเงินติดล้อขยายวงกว้างใหญ่อย่างมั่นคงขึ้นทุก ๆ วัน

Avatar Ngerntidlor
บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น

ติดล้อสตอรี่อื่น ๆ

คัดคนอย่างไร ให้ได้คนที่ใช่กับวัฒนธรรมองค์กร

คนเก่งหายากแล้ว คนที่ทั้งเก่งทั้งเคมีตรงกันหายากกว่า รวมเคล็ดลับการหาพนักงานใหม่ให... อ่านต่อ
21 พฤศจิกายน 2565

ถอดสูตรซีอีโอ ‘เงินติดล้อ’ สู่ความสำเร็จ ‘ไมโครไฟแนนซ์’

เส้นทาง แนวคิด และมุมมองของคุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท... อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2565

ออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้ “คน” เป็นศูนย์กลาง

ออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องคิดถึงลูกค้า ออกแบบวัฒนธรรมต้องคิดถึงพนักงาน เพราะวัฒนธรรมที่ด... อ่านต่อ
10 ตุลาคม 2565
Back to top