หน้าแรก บทความ ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง 5 วิธีดูทองคำแท้ ทองคำปลอมต่างกันอย่างไร

5 วิธีดูทองคำแท้ ทองคำปลอมต่างกันอย่างไร

View 216104 คน
5 วิธีดูทองคำแท้ ทองคำปลอมต่างกันอย่างไร
รถของคุณผ่อนหมดแล้ว หรือยัง?
หมายเหตุ กรณีรีไฟแนนซ์รับเฉพาะบริษัทที่กำหนด ดังนี้ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด, บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด, บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด
กรุณากรอกชื่อภาษาไทย
กรุณากรอกนามสกุลภาษาไทย
กรุณากรอกเฉพาะตัวเลข

สังเกตได้ว่าในช่วงนี้ราคาของทองคำจะมีมูลค่าสูงขึ้นค่อนข้างมาก ทำให้คนที่พากันกักตุนทองเอาไว้แห่นำไปขายสร้างกำไรกันเป็นกอบเป็นกำ แต่ท่ามกลางโอกาสเช่นนี้กลับมีมิจฉาชีพแอบปล่อยทองคำปลอมออกมาระบาดเป็นจำนวนมาก จนไม่รู้ว่าที่มีอยู่เป็นทองคำแท้จริงหรือไม่

หากต้องมีการแลกเปลี่ยนทองคำกันโดยไม่ได้ผ่านร้าน สำหรับผู้ที่ไม่มีความชำนาญอาจจะถูกหลอกได้โดยไม่รู้ตัว วันนี้เงินติดล้อจึงนำบทความ 5 วิธีพิสูจน์ทองคำแท้เบื้องต้นมาให้ทุกคนได้ลองทดสอบ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพกันนะครับ

ทำความรู้จักทองคำประเภทต่างๆ

ก่อนที่จะเริ่มการพิสูจน์ว่าทองแบบไหนเป็นทองคำแท้ เรามาทำความรู้จักทองคำประเภทต่างๆ กันก่อน ได้แก่

  • ทองคำแท้

    ทองคำแท้ ในที่นี้หมายถึงทองคำที่มีเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์สูง ได้แก่ 96.5% (23k) และ 99.9% (24k) หรือมีธาตุอื่นๆ เจือปนในขั้นตอนการผลิตไม่เกิน 3.5%

    โดยทองคำแท้นั้นจะมีความแข็งแรงต่ำเนื่องด้วยคุณสมบัติของแร่ทอง มีความนิ่ม และบุบได้ง่าย สามารถใช้ในการซื้อขาย หรือจำนำได้ราคาสูงเทียบเท่ากับราคาทองที่เกิดขึ้นตามท้องตลาด

  • ทองคำเปอร์เซ็นต์ต่ำ

    ทองคำเปอร์เซ็นต์ต่ำ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทองเค ทองเขียว หมายถึงทองที่มีเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ต่ำกว่า 96.5% ลงไป หรือมีธาตุอื่นๆ ผสมเกินกว่า 3.5% ทำให้มีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทองคำแท้ และสามารถออกแบบได้หลากหลายดีไซน์มากกว่า รวมไปถึงการตกแต่งสีเป็น Pink Gold หรือ Yellow Gold

    เพียงแต่ว่าราคาขายของทองประเภทนี้จะไม่สูงเทียบเท่ากับทองคำแท้ เนื่องจากความบริสุทธ์ของทองที่ค่อนข้างต่ำนั่นเอง แต่ก็สามารถนำไปขายหรือจำนำที่ร้านทองได้ (อาจมีกรณีที่ทองมีความบริสุทธิ์ต่ำเกินไปจนร้านไม่รับซื้อเช่นเดียวกัน) โดยราคานั้นอาจจะมีการผันผวนตามรูปลักษณ์ภายนอก

  • ทองคำปลอม

    ทองคำปลอม ในที่นี้หมายถึงทองที่ไม่ได้มีส่วนผสมของทองคำแท้อยู่เลย โดยอาจใช้โลหะอื่นๆ ชุบทองแค่เพียงภายนอกเท่านั้น ภายในอาจเป็นทองเหลืองเหลืองอลูมิเนียม

    โดยทองคำประเภทนี้ก็ได้มีขายที่ร้านทองทั่วไปเช่นเดียวกันเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า แต่ว่าจะไม่สามารถนำกลับมาขายหรือจำนำได้เหมือนกับทองคำแท้ แต่เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความคล้างคลึงกัน เหล่ามิจฉาชีพจึงอาจนำไปใช้ในการหลอกลวงได้

    หากคุณซื้อทองจากร้านที่ไว้ใจได้ ก็สามารถขอใบรับประกันความเป็นทองคำแท้จากทางร้านเพื่อยืนยันทองของคุณได้ แต่หากท่านซื้อมาจากแหล่งอื่น หรือไม่มั่นใจว่าทองที่ได้มาเป็นของแท้หรือไม่ เราขอแนะนำวิธีการพิสูจน์ดังนี้

ตรวจสอบทองคำแท้

5 วิธีตรวจสอบทองคำแท้ด้วยตัวคุณเอง

สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการดูทองคำแท้มาก่อน อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหลอกขายทองปลอมได้ โดยวิธีการพิสูจน์ทองคำแม้ด้วยตัวเอง สามารถทำได้โดยวิธีการดังนี้

  1. การสำรวจตราประทับ

    จากการควบคุมมาตรฐานโดยสมาคมค้าทองคำ ทำให้ปกติแล้วทองคำแท้จะมีการตีตราของร้าน (ยี่ห้อหรือโลโกร้าน) หรือแหล่งผลิตเอาไว้อย่างชัดเจนเพื่อเป็นการการันตีแหล่งที่มา สังเกตจากการดูตามข้อหรือห่วงของทอง รวมไปถึงการแจ้งตัวเลขบอกความบริสุทธิ์ของทองเอาไว้ด้วย เช่น 14k 18k 22k 24k หรือแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 70% 80% 90%

    เนื่องจากทองคำแท้จะมีคุณสมบัติค่อนข้างนิ่มจึงทำให้สามารถปั๊มตราประทับลงไปได้ จึงทำให้เป็นการยากที่จะทำการเลียนแบบในจุดนี้ หากสัญลักษณ์เหล่านี้มีความไม่ชัดเจนหรือเบลอ แนะนำให้หลีกเลี่ยงเอาไว้ก่อน เพราะอาจเป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบตราขึ้นมาได้

  2. แม่เหล็ก

    ทองคำแท้นั้นจะไม่ถูกแม่เหล็กดูดจนติดอย่างแน่นอน หากมีการขยับหรือถูกแม่เหล็กดูดจนติด แปลว่าภายในทองชิ้นนั้นอาจมีโลหะอื่นๆ สอดไส้ไว้ด้านในอย่างแน่นอน

  3. การชั่งน้ำหนัก

    วิธีการนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลที่มีความแม่นยำสูง สำหรับทองคำแท้นั้น สมาคมค้าทองคำได้กำหนดน้ำหนักของทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% (23k) แต่ละขนาดเอาไว้ โดยคุณสามารถทดสอบได้ผ่านน้ำหนักมาตรฐานดังนี้

    • ทองครึ่งสลึง หนัก 1.89 - 1.9 กรัม
    • ทอง 1 สลึง หนัก 3.79 - 3.8 กรัม
    • ทอง 2 สลึง หนัก 7.58 - 7.6 กรัม
    • ทอง 3 สลึง หนัก 11.37 - 11.4 กรัม
    • ทอง 1 บาท หนัก 15.16 - 15.2 กรัม
    • ทอง 2 บาท หนัก 30.32 - 30.4 กรัม

    หากทองของคุณมีขนาดที่มากกว่านี้ สามารถใช้การบวกลบเพิ่มเติมได้ตามน้ำหนักมาตรฐานที่เราได้กล่าวไป

    ส่วนทองปลอมนั้นน้ำหนักจะไม่ได้เท่ากับมาตรฐานที่กำหนดไว้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการขึ้นรูปมากกว่า จึงมีน้ำหนักที่แตกต่างกันออกไป

    ทองรูปพรรณ
  4. ใช้เล็บจิก หรือทดลองกัดที่เนื้อทอง

    อย่างที่ได้กล่าวไปว่าทองคำนั้นจะมีคุณสมบัติที่มีความอ่อนตัวค่อนข้างสูง ทำให้สามารถเกิดรอยบุบได้ค่อนข้างง่าย เพียงแค่ใช้เล็บจิกหรือลองกัดเบาๆที่เนื้อทอง ถ้ามีการยุบตัวลงของทองคำจะสามารถระบุได้ทันทีว่าเป็นทองคำแท้ เพียงแต่ว่าวิธีนี้อาจทำให้ทองคำเสียรูปไปบ้างจึงแนะนำให้ทดลองผ่านวิธีการอื่นก่อนจะดีที่สุด

  5. ตรวจสอบรอยที่ข้อต่อ

    ทองคำแท้นั้นจะแตกต่างจากทองคำปลอมตรงที่ ทองคำแท้นั้นจะมีสีทองโดยธรรมชาติ แต่ทองคำปลอมจะใช้การชุบ เพราะฉะนั้นให้ลองสังเกตบริเวณรอยต่อว่ามีความเป็นขุยหรือหลุดลอกใดๆ หรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นก็มั่นใจได้เลยว่านี่คือทองปลอมอย่างแน่นอน

เพื่อความแน่ใจ ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญชัวร์ที่สุด

วิธีการตรวจสอบทองคำแท้ที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เป็นวิธีการตรวจสอบเพียงเบื้องต้นเท่านั้น หากคุณลองทดสอบด้วยวิธีการทั้งหมดแล้วยังรู้สึกไม่ชัวร์ แนะนำว่าให้ทำการปรึกษาร้านทองเพื่อเข้ารับบริการตรวจสอบทองคำแท้

เนื่องจากร้านทองนั้นจะเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำ ซึ่งมีกระบวนการเฉพาะทางที่สามารถพิสูจน์ได้ดีกว่าวิธีการที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เช่นการทดลองหยดน้ำกรด ตะไบดูเนื้อใน หรือทดลองเผาไฟ ซึ่งผู้ที่ไม่ชำนาญไม่สามารถทดสอบเองได้

สรุป

เท่านี้ทุกคนก็น่าจะได้ทราบถึงวิธีการดูทองคำแท้เบื้องต้นกันแล้ว อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าเป็นมิจฉาชีพ ก็อาจจะมีเล่ห์กลอื่นๆ เพื่อหลอกลวงคุณอีกได้ เพราะฉะนั้น อย่าหลงกลเพียงเพราะสินค้ามีราคาถูกเท่านั้น แนะนำว่าซื้อเฉพาะทองคำที่มีใบรับประกันจะเป็นการดีที่สุด การซื้อทองคำเพื่อการลงทุน มีความเสี่ยงหลายปัจจัย ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน

รถของคุณผ่อนหมดแล้ว หรือยัง?
หมายเหตุ กรณีรีไฟแนนซ์รับเฉพาะบริษัทที่กำหนด ดังนี้ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด, บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด, บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด
กรุณากรอกชื่อภาษาไทย
กรุณากรอกนามสกุลภาษาไทย
กรุณากรอกเฉพาะตัวเลข
เงินติดล้อ

บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น