หน้าแรก > บทความ > การเงินน่ารู้ > การบริหารหนี้ > โอนรถแบบ “โอนลอย” ต่างจากโอนทั่วไปยังไง

โอนรถแบบ “โอนลอย” ต่างจากโอนทั่วไปยังไง

VIEW 372805 คน
โอนรถแบบ “โอนลอย” ต่างจากโอนทั่วไปยังไง
หมายเหตุ ผ่อนรถอยู่ก็ขอกู้ได้ เพียงคุณมีประวัติชำระที่ดี ... เงินติดล้อก็รับครับ
Enter security code:
 Security code

ก่อนทำการซื้อ-ขายรถ คุณรู้เรื่องการโอนดีพอแล้วรึยัง?

นอกจากเรื่องจัดเตรียมเอกสารซื้อขายแล้ว ในขั้นตอนการโอนรถ เปลี่ยนเจ้าของใหม่ มีการโอนที่เรียกว่า “โอนลอย” ซึ่งเป็นการโอนที่เป็นที่นิยมในการซื้อขายรถอย่างมาก เนื่องจากผู้ขายไม่ต้องไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งทางบกให้เสียเวลา และได้รับเงินจากการขายรถทันทีเมื่อทำการโอนลอยเสร็จ

แต่ก่อนทำการโอนลอยผู้ซื้อและผู้ขายรถ ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อน เพราะการโอนลอยแม้จะสะดวก แต่ก็อาจมีผลกระทบที่จะตามมาภายหลังได้หากไม่รัดกุม

โอนลอยรถ คืออะไร

การโอนทั่วไปหลังจากการซื้อขายเพื่อเปลี่ยนเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ รถบรรทุก หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ การโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายจะสมบูรณ์ได้ เมื่อผู้ซื้อหรือผู้ขายไปจดทะเบียนผู้ครอบครองใหม่ยังสำนักงานขนส่ง

แต่สำหรับการโอนลอย เป็นการเซ็นสัญญาการโอนของผู้ขาย แต่ยังไม่มีการกรอกชื่อผู้รับโอน หรือหากกรอกชื่อผู้รับโอนแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปทำการโอนให้เรียบร้อยที่กรมขนส่งทางบก

สิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นการโอนลอย

  • ในแบบคำขอโอนมีเพียงชื่อผู้โอน (ชื่อเจ้าของรถ)
  • ยังไม่มีชื่อผู้รับโอน หรือมีแล้วแต่ยังไม่ได้ไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่ง
  • ชื่อของเล่มทะเบียนรถยังเป็นชื่อเจ้าของเดิม (เพราะยังไม่ได้โอนที่กรมขนส่ง)

การโอนลอยรถดีอย่างไร?

มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจกลัวว่า การโอนลอย จะทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง แต่จริงๆ แล้วการโอนลอยมีข้อดีอยู่นั่นคือ เมื่อทำเอกสารการโอนลอยแล้ว ผู้ขายสามารถรับเงินจากขายรถได้ทันที ช่วยให้สะดวกทั้งผู้ขายและผู้ดำเนินการต่อ

ข้อดีของการโอนลอย

  • ทำการซื้อขายรถได้เร็วขึ้นหากผ่านคนกลาง

    สำหรับคนที่ต้องการขายรถต่อไปยังเต็นท์รถมือสองหรือฝากขาย ทางคนที่รับไปขายต่อไม่จำเป็นต้องเซ็นรับโอน เพราะรถต้องนำไปขายให้กับเจ้าของใหม่ โดยเมื่อทำการขายได้แล้วจึงนำใบโอนลอยไปให้คนซื้อคนใหม่เซ็นในส่วนผู้รับโอนภายหลัง

    การโอนลอยรถดีอย่างไร?

    การโอนลอยในกรณีนี้ช่วยคนกลางหรือเต็นท์รถมือสองที่รับรถไปขาย ไม่ต้องเสียเวลาไปทำการโอนที่กรมขนส่งหลายรอบ ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายหลายต่อ

    แบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก

    (ดาวน์โหลดแบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก ได้ที่นี่)

    เมื่อผู้ซื้อรถต่อเซ็นรับโอนแล้ว สามารถนำเอกสารการโอนลอยนี้ไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่ง โดยผู้ที่ไปทำเรื่องโอนจะเป็นใครก็ได้แต่ต้องนำหนังสือมอบอำนาจการโอน จากเจ้าของรถเดิมไปด้วย

  • เจ้าของรถไม่ต้องเสียเวลาเดินเรื่องเอง

    ในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าผู้เป็นเจ้าของรถเป็นผู้ขายต่อเองโดยไม่ผ่านคนกลาง ก็สามารถเซ็นโอนลอย เพื่อให้เจ้าของรถคันใหม่เป็นผู้ดำเนินเรื่องการโอนเอง ช่วยให้เจ้าของรถไม่ต้องไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์รถที่กรมขนส่งด้วยตัวเอง โดยให้ทำการเซ็นหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้เจ้าของรถคันใหม่ไปทำเรื่องเอง

    หนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบก

    (ดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบก ได้ที่นี่)

การโอนลอยรถต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

หากคุณต้องการทำโอนลอย เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้

  • หนังสือสัญญาซื้อขาย
  • เล่มทะเบียนรถตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของผู้ซื้อ (ในกรณีที่เจ้าของรถขายต่อกับผู้ซื้อโดยตรง)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด
  • แบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด
  • หนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด (ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้ไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งเอง สามารถให้บุคคลอื่นหรือบุคคลที่ซื้อรถต่อไปทำเรื่องโอนแทนได้)

ข้อควรระวังเมื่อทำการโอนลอย

ถ้าคุณกำลังจะขายรถ แล้วต้องการทำโอนลอยเพื่อความสะดวกในการโอน สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือเรื่องเอกสารที่ต้องทำอย่างรัดกุม โดยจะต้อง

  • กรอกวันที่และสัญญาทั้งหมดให้ครบถ้วน
  • สำเนาบัตรประชาชน เซ็นสำเนาถูกต้อง กำกับชื่อ พร้อมขีดคร่อม “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวข้องกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน xxxx เท่านั้น”
  • ในสัญญาซื้อขายให้ระบุว่ายังไม่ได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง
  • ในสัญญาซื้อขายควรมีพยานเซ็นด้วย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากโอนลอย

เมื่อทำการโอนลอย ถ้าหากยังไม่ได้ไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่งให้เรียบร้อย เมื่อรถที่ขายไปเกิดปัญหาหรือนำไปกระทำความผิด เช่น

  • ถูกใบสั่งจราจร
  • มีคดีเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุบนท้องถนน
  • นำไปก่อเหตุอาชญากรรม
  • นำไปขายต่อแบบผิดกฎหมาย

เจ้าของรถเดิมที่มีชื่อตามเล่มทะเบียนรถ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังถือว่าเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวอยู่

ดังนั้น เอกสารการซื้อขายควรมี 2 ฉบับเก็บไว้ทั้งทางผู้ซื้อและผู้ขาย โดยควรขอสำเนาบัตรประชาชนของผู้ซื้อเอาไว้ด้วย เพราะเมื่อเกิดคดีความก่อนที่จะมีการโอนอย่างถูกต้อง เจ้าของรถคนเดิมสามารถนำเอกสารเหล่านี้มายืนยันได้ว่ามีการขายไปแล้ว

การทำสัญญาทุกชนิดควรทำอย่างรอบคอบและระมัดระวัง

การโอนลอยมีทั้งข้อดีและข้อควรระวังอยู่ แม้ว่าจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการขายรถสะดวกมากขึ้น แต่ในขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขายรถ หรือกรอกเอกสารก็ต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง

มีรถอยู่แล้วแต่อยากมีเงินก้อนไว้ใช้ ให้เงินติดล้อเป็นผู้ช่วยของคุณกับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ กู้ง่ายอนุมัติไว ไม่ต้องมีคนค้ำ ไม่ต้องโอนเล่ม รับเงินสดได้ทันทีที่สาขา กรอกข้อมูลที่แบบฟอร์มด้านล่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลยครับ

หมายเหตุ ผ่อนรถอยู่ก็ขอกู้ได้ เพียงคุณมีประวัติชำระที่ดี ... เงินติดล้อก็รับครับ
Enter security code:
 Security code

บทความอื่น ๆ

โรงรับจำนำ VS สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ กู้เงินด่วนที่ไหนดีกว่ากัน!?

โรงรับจำนำ หรือ จำนำทะเบียนรถยนต์ อะไรคือตัวเลือกที่ดีที่สุดของคนที่ตกอย... อ่านต่อ
VIEW 2077 คน

เกษตรกรฟังทางนี้!!! แค่มีรถบรรทุกก็กู้เงินด่วนฉุกเฉินได้ที่เงินติดล้อ

เป็นเกษตรกรต้องการเงินด่วนฉุกเฉิน อยากกู้เงินด่วน มีแหล่งกู้เงินไหนบ้างที่ได้เงินก... อ่านต่อ
VIEW 45 คน

เสียงบีบแตรรถยนต์ไม่ดัง ไม่บีบแตรรถ ผิดกฎหมายไหม เสียค่าปรับเท่าไหร่?

เสียงบีบแตรรถยนต์ เป็นการส่งสัญญาณให้คนเดินฟุตบาทหรือรถคันอื่นๆ รู้ว่าจะบอกอะไร แต... อ่านต่อ
VIEW 48 คน
Back to top