
สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
การโอนรถยนต์ คือ การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนจากเจ้าของเดิมไปเป็นเจ้าของใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปแบ่งได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ โอนตรง โอนลอย และโอนโดยมรดก ซึ่งแต่ละแบบจะมีขั้นตอนและเอกสารประกอบแตกต่างกัน
เอกสารหลักที่ใช้ในการโอนรถยนต์ ได้แก่ เล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชนผู้โอนและผู้รับโอน แบบคำขอโอนและรับโอน รวมถึงสัญญาซื้อขายหรือใบเสร็จในบางกรณี หากเป็นการโอนโดยมรดก จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบมรณบัตร พินัยกรรม หรือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
การโอนรถยนต์สามารถดำเนินการได้ที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ต่างๆ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด/สาขา ตามพื้นที่ที่สะดวก โดยควรนำรถและเอกสารไปตรวจสภาพตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถสมบูรณ์ตามกฎหมาย
การโอนรถยนต์อาจดูเป็นเรื่องที่ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง และมีขั้นตอนที่ซับซ้อนสำหรับหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่โอนรถครั้งแรก หากเตรียมตัวไม่ครบ อาจทำให้เสียเวลา หรือดำเนินการล่าช้าได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า โอนรถใช้เอกสารอะไรบ้าง รวมถึงลำดับขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
บทความนี้สรุปข้อมูล อัปเดตล่าสุดปี 2569 แบบเข้าใจง่ายว่าโอนรถใช้อะไรบ้าง ครอบคลุมทั้งเอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารโอนรถที่ต้องใช้ ขั้นตอนการโอนรถทีละขั้น และการเช็กค่าธรรมเนียมก่อนดำเนินการจริง เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและโอนรถได้อย่างมั่นใจในครั้งเดียวจบ
โอนรถยนต์มีกี่แบบ?
โอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
ขั้นตอนการโอนรถยนต์
โอนรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง
ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์
สรุปหัวใจสำคัญของการโอนรถยนต์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารโอนรถ (FAQ)
เอกสารโอนลอยต่างจากโอนตรงอย่างไร?
ต้องแจ้งโอนภายในกี่วัน ถ้าเกินกำหนดมีโทษอย่างไร?
โอนรถต้องตรวจสภาพทุกคันไหม?
เพิ่งโอนรถเป็นชื่อตัวเอง นำไปเข้าไฟแนนซ์ได้ไหม?
การโอนรถยนต์คืออะไร?
โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ที่มักเรียกกันว่าการโอนรถ คือการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถในเล่มทะเบียนรถ จากเจ้าของเดิมไปเป็นเจ้าของใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องดำเนินการกับกรมการขนส่งทางบก พร้อมยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เล่มทะเบียนรถ บัตรประชาชน สัญญาซื้อขาย หรือหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ไม่ได้ไปดำเนินการเอง
การโอนรถยนต์มักเกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อขายรถมือสอง รับมรดก โอนให้คนในครอบครัว หรือเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์รถ หลังจากโอนเรียบร้อยแล้ว ชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนจะเปลี่ยนเป็นชื่อผู้รับโอน ทำให้ผู้รับโอนมีสิทธิ์ครอบครองและรับผิดชอบรถคันนั้นตามกฎหมาย

โอนรถยนต์มีกี่แบบ?
การโอนรถยนต์โดยทั่วไปมี 3 แบบหลักๆ ได้แก่ โอนตรง โอนลอย และโอนโดยมรดก โดยแต่ละแบบมีลักษณะแตกต่างกันตามสถานการณ์ของผู้โอนและผู้รับโอน ดังนี้
การโอนตรง หรือโอนรถแบบปกติ คือ การที่ผู้ขายและผู้ซื้อดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถให้เรียบร้อยที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งในพื้นที่โดยชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียนรถจะเปลี่ยนจากผู้ขายเป็นผู้ซื้ออย่างถูกต้อง วิธีนี้ถือว่าเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด เพราะผู้ซื้อจะได้เป็นเจ้าของรถตามกฎหมายทันทีหลังโอนเสร็จ ส่วนผู้ขายก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระหรือความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นจากรถคันเดิมในภายหลัง
การโอนรถแบบลอย คือ การที่เจ้าของรถเดิมลงนามในเอกสารโอนรถไว้ให้ผู้ซื้อ แต่ยังไม่ได้ไปดำเนินการเปลี่ยนชื่อที่กรมการขนส่งทางบกทันที โดยผู้ซื้อจะนำเอกสารไปดำเนินการโอนในภายหลังเอง แม้ว่าวิธีนี้จะสะดวกในบางกรณี เช่น ผู้ขายไม่สะดวกไปขนส่งพร้อมผู้ซื้อแต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะหากยังไม่เปลี่ยนชื่อเจ้าของในระบบ ชื่อเจ้าของเดิมยังคงปรากฏอยู่ในเล่มทะเบียนและฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก จึงควรรีบดำเนินการโอนให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
โอนโดยมรดก
การโอนโดยมรดก คือ การโอนรถจากเจ้าของเดิมที่เสียชีวิตไปยังทายาทหรือผู้จัดการมรดก โดยต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบมรณบัตร พินัยกรรม หรือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามกรณี เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการรับโอนรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสาร | โอนตรง | โอนลอย | โอนโดยมรดก มี - ไม่มีพินัยกรรม |
|---|---|---|---|
เล่มทะเบียนรถตัวจริง | ✅ | ✅ | ✅ |
สัญญาซื้อขาย/ใบเสร็จ /ใบกำกับภาษี | ✅ | ✅ | ❌ |
สำเนาบัตรประชาชนผู้ โอน-ผู้รับโอน | ✅ | ✅ | ✅ |
แบบคำขอโอนและรับ โอน (กรมขนส่ง) | ✅ | ✅ | ✅ |
หนังสือมอบอำนาจ (กรมขนส่ง) | ใช้กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนไม่ไปเอง พร้อมสำเนาบัตรผู้มอบ-ผู้รับมอบ | ✅ | ใช้กรณีผู้จัดการมรดกหรือทายาทมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน |
หนังสืออื่นๆ | ❌ | ❌ |
|
ก่อนดำเนินการโอนรถ ผู้โอนและผู้รับโอนควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลรถและข้อมูลเจ้าของได้อย่างถูกต้อง ช่วยลดโอกาสเอกสารตกหล่นหรือทำให้ขั้นตอนล่าช้า ไปดูกันว่าโอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง!
เอกสารเกี่ยวกับตัวรถ
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนตัวจริง)
หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย ใบกำกับภาษี หรือเอกสารจากไฟแนนซ์เมื่อผ่อนจบแล้ว
เอกสารยืนยันตัวบุคคล
หลักฐานประจำตัวผู้โอน (เจ้าของเดิม) และผู้รับโอน (เจ้าของใหม่) เช่น บัตรประชาชน หรือกรณีนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรกรรมการผู้มีอำนาจ
หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี
ถ้ามีผู้จัดการมรดกหรือผู้รับมอบอำนาจมาดำเนินการแทน ต้องใช้หลักฐานประจำตัวของบุคคลนั้นแนบด้วย ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี
แบบฟอร์ม/หนังสือราชการที่ต้องใช้
แบบคำขอโอนและรับโอน (แบบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก) กรอกรายการรถ และลงลายมือชื่อผู้โอน-ผู้รับโอนให้ครบ
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนไม่ไปดำเนินการเอง) พร้อมสำเนาบัตรของผู้มอบและผู้รับมอบ
เอกสารกรณีโอนโดยมรดกมี - ไม่มีพินัยกรรม
กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกที่ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ภาพถ่ายคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกมีพินัยกรรม
ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถ (เจ้ามรดก)
พินัยกรรมพร้อมภาพถ่าย
กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรมและไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (เอกสารเพิ่ม) ได้แก่
ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถ (เจ้ามรดก)
ขั้นตอนการโอนรถยนต์
ได้รู้กันไปแล้วว่าการโอนรถต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน แบบคำขอโอนและรับโอน รวมถึงเอกสารประกอบอื่นๆ ตามแต่ละกรณี ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งให้ถูกต้อง เพื่อให้การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถเป็นไปอย่างราบรื่น โดยขั้นตอนการโอนรถยนต์มีดังนี้
ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
ตรวจสอบรถและออกหนังสือรับรองการตรวจสอบพร้อมประเมินราคารถ
ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
ชำระค่าธรรมเนียม/บันทึกรายการทางทะเบียน/นายทะเบียนลงนาม/จ่ายเรื่องคืน
หมายเหตุ:
รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปีและไม่ถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนรถตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งโอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันโอน มิฉะนั้นอาจถูกเปรียบเทียบปรับได้
โอนรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง
ในกรุงเทพฯ ไปที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-5 ได้แก่ บางขุนเทียน ตลิ่งชัน สุขุมวิท หนองจอก จตุจักร เลือกที่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานได้
กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งสำนักงานหลักและสำนักงานขนส่งสาขา

ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์
ค่าธรรมเนียมในการโอนรถยนต์ 100 บาท
ค่าคำขอในการโอนรถยนต์ 5 บาท
ค่าตรวจสภาพรถที่ขนส่ง 50 บาท
ค่าเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) 200 บาท
ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) 100 บาท
ค่าอากรแสตมป์ (ตามประมวลรัษฎากร) คิดจาก “ราคาประเมินรถ” โดยใช้อัตรา 50 บาท ต่อราคาประเมิน 10,000 บาท (เท่ากับ 500 บาทต่อ 100,000 บาท หรือประมาณ 0.5% ของมูลค่าที่ประเมิน)
สรุปหัวใจสำคัญของการโอนรถยนต์
การโอนรถยนต์เป็นขั้นตอนสำคัญในการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการโอนตรง โอนลอย หรือโอนโดยมรดก ผู้ดำเนินการควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น เล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน แบบคำขอโอนและรับโอน รวมถึงเอกสารเพิ่มเติมตามแต่ละกรณี เพื่อให้การดำเนินงานที่กรมการขนส่งทางบกเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยลดปัญหาหรือความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากการซื้อขายหรือรับโอนรถยนต์
ดังนั้น ผู้โอนและผู้รับโอนควรตรวจสอบเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทางไปสำนักงานกรมการขนส่งทางบก เพื่อช่วยให้ขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น และเมื่อโอนกรรมสิทธิ์รถเรียบร้อยแล้ว หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อน ก็สามารถนำเล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อตนเองไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อทะเบียนได้ ทั้งนี้ ควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการผ่อนชำระให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
* กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 12-24% ต่อปี (ณ วันที่ 18 เม.ย. 68)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารโอนรถ (FAQ)
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อขายรถมือสอง รับโอนรถจากผู้อื่น หรือโอนรถหลังปิดบัญชีไฟแนนซ์ อาจมีคำถามเกี่ยวกับเอกสารโอนรถใช้อะไรบ้าง ระยะเวลา และขั้นตอนดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง เพื่อให้เตรียมตัวได้ถูกต้องและลดปัญหาระหว่างดำเนินการ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโอนรถยนต์ มีดังนี้
เอกสารโอนลอยต่างจากโอนตรงอย่างไร?
เอกสารโอนตรง คือ เอกสารที่ผู้โอนและผู้รับโอนใช้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถให้เสร็จสมบูรณ์ที่สำนักงานขนส่งในครั้งเดียว ส่วนเอกสารโอนลอย คือ เอกสารที่ผู้โอนลงนามไว้ให้ผู้รับโอนนำไปดำเนินการภายหลัง โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของทันที แม้โอนลอยจะช่วยเพิ่มความสะดวกในบางกรณี แต่ควรรีบนำเอกสารไปดำเนินการให้เรียบร้อย เพื่อให้ชื่อเจ้าของรถในระบบถูกต้องตามกฎหมาย
ต้องแจ้งโอนภายในกี่วัน ถ้าเกินกำหนดมีโทษอย่างไร?
ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจมีค่าปรับตามกฎหมาย ดังนั้น หลังจากซื้อขายหรือรับโอนรถ ควรเตรียมเอกสารและดำเนินการที่สำนักงานขนส่งให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาด้านเอกสารและความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
โอนรถต้องตรวจสภาพทุกคันไหม?
การโอนรถยนต์ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลรถ เช่น เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ และสภาพรถให้ตรงกับเล่มทะเบียน แต่มีบางกรณีที่อาจได้รับการยกเว้น เช่น การโอนตามสัญญาเช่าซื้อหรือกรณีปิดบัญชีจากผู้ให้เช่าซื้อไปยังผู้เช่าซื้อ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับสำนักงานขนส่งอีกครั้งก่อนดำเนินการ
เพิ่งโอนรถเป็นชื่อตัวเอง นำไปเข้าไฟแนนซ์ได้ไหม?
เพิ่งโอนรถ นำไปเข้าไฟแนนซ์ได้ไหม? โดยทั่วไป หลังจากโอนรถเป็นชื่อตนเองเรียบร้อยแล้ว สามารถนำเล่มทะเบียนรถไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาครอบครองรถตามที่ผู้ให้บริการแต่ละแห่งกำหนด ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารบางแห่งอาจมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาครอบครองรถขณะที่ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น เงินติดล้อ อาจมีเงื่อนไขการพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่า ทั้งนี้หากเอกสารครบและคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อตรงตามเงื่อนไข ก็อาจช่วยให้การพิจารณาเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น
