tidlorlogo

โอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง อัปเดต 2569 พร้อมขั้นตอนและค่าใช้จ่าย

เรื่องรถน่ารู้
8642 ครั้ง
โอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง อัปเดต 2569 พร้อมขั้นตอนและค่าใช้จ่าย

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • การโอนรถยนต์ คือ การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนจากเจ้าของเดิมไปเป็นเจ้าของใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปแบ่งได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ โอนตรง โอนลอย และโอนโดยมรดก ซึ่งแต่ละแบบจะมีขั้นตอนและเอกสารประกอบแตกต่างกัน

  • เอกสารหลักที่ใช้ในการโอนรถยนต์ ได้แก่ เล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชนผู้โอนและผู้รับโอน แบบคำขอโอนและรับโอน รวมถึงสัญญาซื้อขายหรือใบเสร็จในบางกรณี หากเป็นการโอนโดยมรดก จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบมรณบัตร พินัยกรรม หรือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

  • การโอนรถยนต์สามารถดำเนินการได้ที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ต่างๆ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด/สาขา ตามพื้นที่ที่สะดวก โดยควรนำรถและเอกสารไปตรวจสภาพตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถสมบูรณ์ตามกฎหมาย

การโอนรถยนต์อาจดูเป็นเรื่องที่ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง และมีขั้นตอนที่ซับซ้อนสำหรับหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่โอนรถครั้งแรก หากเตรียมตัวไม่ครบ อาจทำให้เสียเวลา หรือดำเนินการล่าช้าได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า โอนรถใช้เอกสารอะไรบ้าง รวมถึงลำดับขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

บทความนี้สรุปข้อมูล อัปเดตล่าสุดปี 2569 แบบเข้าใจง่ายว่าโอนรถใช้อะไรบ้าง ครอบคลุมทั้งเอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารโอนรถที่ต้องใช้ ขั้นตอนการโอนรถทีละขั้น และการเช็กค่าธรรมเนียมก่อนดำเนินการจริง เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและโอนรถได้อย่างมั่นใจในครั้งเดียวจบ

การโอนรถยนต์คืออะไร?

โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ที่มักเรียกกันว่าการโอนรถ คือการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถในเล่มทะเบียนรถ จากเจ้าของเดิมไปเป็นเจ้าของใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องดำเนินการกับกรมการขนส่งทางบก พร้อมยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เล่มทะเบียนรถ บัตรประชาชน สัญญาซื้อขาย หรือหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ไม่ได้ไปดำเนินการเอง

การโอนรถยนต์มักเกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อขายรถมือสอง รับมรดก โอนให้คนในครอบครัว หรือเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์รถ หลังจากโอนเรียบร้อยแล้ว ชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนจะเปลี่ยนเป็นชื่อผู้รับโอน ทำให้ผู้รับโอนมีสิทธิ์ครอบครองและรับผิดชอบรถคันนั้นตามกฎหมาย

โอนรถยนต์มีกี่แบบ?

โอนรถยนต์มีกี่แบบ?

การโอนรถยนต์โดยทั่วไปมี 3 แบบหลักๆ ได้แก่ โอนตรง โอนลอย และโอนโดยมรดก โดยแต่ละแบบมีลักษณะแตกต่างกันตามสถานการณ์ของผู้โอนและผู้รับโอน ดังนี้

การโอนตรง หรือโอนรถแบบปกติ คือ การที่ผู้ขายและผู้ซื้อดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถให้เรียบร้อยที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งในพื้นที่โดยชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียนรถจะเปลี่ยนจากผู้ขายเป็นผู้ซื้ออย่างถูกต้อง วิธีนี้ถือว่าเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด เพราะผู้ซื้อจะได้เป็นเจ้าของรถตามกฎหมายทันทีหลังโอนเสร็จ ส่วนผู้ขายก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระหรือความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นจากรถคันเดิมในภายหลัง

การโอนรถแบบลอย คือ การที่เจ้าของรถเดิมลงนามในเอกสารโอนรถไว้ให้ผู้ซื้อ แต่ยังไม่ได้ไปดำเนินการเปลี่ยนชื่อที่กรมการขนส่งทางบกทันที โดยผู้ซื้อจะนำเอกสารไปดำเนินการโอนในภายหลังเอง แม้ว่าวิธีนี้จะสะดวกในบางกรณี เช่น ผู้ขายไม่สะดวกไปขนส่งพร้อมผู้ซื้อแต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะหากยังไม่เปลี่ยนชื่อเจ้าของในระบบ ชื่อเจ้าของเดิมยังคงปรากฏอยู่ในเล่มทะเบียนและฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก จึงควรรีบดำเนินการโอนให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

  • โอนโดยมรดก

การโอนโดยมรดก คือ การโอนรถจากเจ้าของเดิมที่เสียชีวิตไปยังทายาทหรือผู้จัดการมรดก โดยต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบมรณบัตร พินัยกรรม หรือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามกรณี เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการรับโอนรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

โอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เอกสาร

โอนตรง

โอนลอย

โอนโดยมรดก มี - ไม่มีพินัยกรรม

เล่มทะเบียนรถตัวจริง

✅​

✅​

✅​

สัญญาซื้อขาย/ใบเสร็จ /ใบกำกับภาษี

✅​

✅​

สำเนาบัตรประชาชนผู้ โอน-ผู้รับโอน

✅​

✅​

✅​

แบบคำขอโอนและรับ โอน (กรมขนส่ง)

✅​

✅​

✅​

หนังสือมอบอำนาจ (กรมขนส่ง)

ใช้กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนไม่ไปเอง พร้อมสำเนาบัตรผู้มอบ-ผู้รับมอบ

✅​

ใช้กรณีผู้จัดการมรดกหรือทายาทมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน

หนังสืออื่นๆ

  • สำเนาใบมรณบัตรเจ้าของรถเดิม

  • พินัยกรรมพร้อมสำเนา หรือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

  • หนังสือรับรองผลการสอบปากคำทายาท/เอกสารจากอำเภอ (บางกรณี)

ก่อนดำเนินการโอนรถ ผู้โอนและผู้รับโอนควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลรถและข้อมูลเจ้าของได้อย่างถูกต้อง ช่วยลดโอกาสเอกสารตกหล่นหรือทำให้ขั้นตอนล่าช้า ไปดูกันว่าโอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง!

เอกสารเกี่ยวกับตัวรถ

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนตัวจริง)

  • หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย ใบกำกับภาษี หรือเอกสารจากไฟแนนซ์เมื่อผ่อนจบแล้ว

เอกสารยืนยันตัวบุคคล

  • หลักฐานประจำตัวผู้โอน (เจ้าของเดิม) และผู้รับโอน (เจ้าของใหม่) เช่น บัตรประชาชน หรือกรณีนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรกรรมการผู้มีอำนาจ

  • หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

  • ถ้ามีผู้จัดการมรดกหรือผู้รับมอบอำนาจมาดำเนินการแทน ต้องใช้หลักฐานประจำตัวของบุคคลนั้นแนบด้วย ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

แบบฟอร์ม/หนังสือราชการที่ต้องใช้

  • แบบคำขอโอนและรับโอน (แบบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก) กรอกรายการรถ และลงลายมือชื่อผู้โอน-ผู้รับโอนให้ครบ

  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนไม่ไปดำเนินการเอง) พร้อมสำเนาบัตรของผู้มอบและผู้รับมอบ

เอกสารกรณีโอนโดยมรดกมี - ไม่มีพินัยกรรม

กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกที่ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

  • ภาพถ่ายคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกมีพินัยกรรม

  • ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถ (เจ้ามรดก)

  • พินัยกรรมพร้อมภาพถ่าย

กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรมและไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (เอกสารเพิ่ม) ได้แก่ 

  • ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถ (เจ้ามรดก)

ขั้นตอนการโอนรถยนต์

ได้รู้กันไปแล้วว่าการโอนรถต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน แบบคำขอโอนและรับโอน รวมถึงเอกสารประกอบอื่นๆ ตามแต่ละกรณี ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งให้ถูกต้อง เพื่อให้การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถเป็นไปอย่างราบรื่น โดยขั้นตอนการโอนรถยนต์มีดังนี้

  1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

  2. ตรวจสอบรถและออกหนังสือรับรองการตรวจสอบพร้อมประเมินราคารถ

  3. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

  4. ชำระค่าธรรมเนียม/บันทึกรายการทางทะเบียน/นายทะเบียนลงนาม/จ่ายเรื่องคืน

หมายเหตุ: 

  • รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปีและไม่ถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนรถตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งโอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันโอน มิฉะนั้นอาจถูกเปรียบเทียบปรับได้

โอนรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง

  • ในกรุงเทพฯ ไปที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-5 ได้แก่ บางขุนเทียน ตลิ่งชัน สุขุมวิท หนองจอก จตุจักร เลือกที่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานได้

  • กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งสำนักงานหลักและสำนักงานขนส่งสาขา

ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

  • ค่าธรรมเนียมในการโอนรถยนต์ 100 บาท

  • ค่าคำขอในการโอนรถยนต์ 5 บาท

  • ค่าตรวจสภาพรถที่ขนส่ง 50 บาท

  • ค่าเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) 200 บาท 

  • ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) 100 บาท

  • ค่าอากรแสตมป์ (ตามประมวลรัษฎากร) คิดจาก “ราคาประเมินรถ” โดยใช้อัตรา 50 บาท ต่อราคาประเมิน 10,000 บาท (เท่ากับ 500 บาทต่อ 100,000 บาท หรือประมาณ 0.5% ของมูลค่าที่ประเมิน)

สรุปหัวใจสำคัญของการโอนรถยนต์

การโอนรถยนต์เป็นขั้นตอนสำคัญในการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการโอนตรง โอนลอย หรือโอนโดยมรดก ผู้ดำเนินการควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น เล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน แบบคำขอโอนและรับโอน รวมถึงเอกสารเพิ่มเติมตามแต่ละกรณี เพื่อให้การดำเนินงานที่กรมการขนส่งทางบกเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยลดปัญหาหรือความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากการซื้อขายหรือรับโอนรถยนต์

ดังนั้น ผู้โอนและผู้รับโอนควรตรวจสอบเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทางไปสำนักงานกรมการขนส่งทางบก เพื่อช่วยให้ขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น และเมื่อโอนกรรมสิทธิ์รถเรียบร้อยแล้ว หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อน ก็สามารถนำเล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อตนเองไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อทะเบียนได้ ทั้งนี้ ควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการผ่อนชำระให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

* กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 12-24% ต่อปี (ณ วันที่ 18 เม.ย. 68)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารโอนรถ (FAQ)

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อขายรถมือสอง รับโอนรถจากผู้อื่น หรือโอนรถหลังปิดบัญชีไฟแนนซ์ อาจมีคำถามเกี่ยวกับเอกสารโอนรถใช้อะไรบ้าง ระยะเวลา และขั้นตอนดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง เพื่อให้เตรียมตัวได้ถูกต้องและลดปัญหาระหว่างดำเนินการ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโอนรถยนต์ มีดังนี้

เอกสารโอนลอยต่างจากโอนตรงอย่างไร?

เอกสารโอนตรง คือ เอกสารที่ผู้โอนและผู้รับโอนใช้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถให้เสร็จสมบูรณ์ที่สำนักงานขนส่งในครั้งเดียว ส่วนเอกสารโอนลอย คือ เอกสารที่ผู้โอนลงนามไว้ให้ผู้รับโอนนำไปดำเนินการภายหลัง โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของทันที แม้โอนลอยจะช่วยเพิ่มความสะดวกในบางกรณี แต่ควรรีบนำเอกสารไปดำเนินการให้เรียบร้อย เพื่อให้ชื่อเจ้าของรถในระบบถูกต้องตามกฎหมาย

ต้องแจ้งโอนภายในกี่วัน ถ้าเกินกำหนดมีโทษอย่างไร?

ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจมีค่าปรับตามกฎหมาย ดังนั้น หลังจากซื้อขายหรือรับโอนรถ ควรเตรียมเอกสารและดำเนินการที่สำนักงานขนส่งให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาด้านเอกสารและความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

โอนรถต้องตรวจสภาพทุกคันไหม?

การโอนรถยนต์ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลรถ เช่น เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ และสภาพรถให้ตรงกับเล่มทะเบียน แต่มีบางกรณีที่อาจได้รับการยกเว้น เช่น การโอนตามสัญญาเช่าซื้อหรือกรณีปิดบัญชีจากผู้ให้เช่าซื้อไปยังผู้เช่าซื้อ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับสำนักงานขนส่งอีกครั้งก่อนดำเนินการ

เพิ่งโอนรถเป็นชื่อตัวเอง นำไปเข้าไฟแนนซ์ได้ไหม?

เพิ่งโอนรถ นำไปเข้าไฟแนนซ์ได้ไหม? โดยทั่วไป หลังจากโอนรถเป็นชื่อตนเองเรียบร้อยแล้ว สามารถนำเล่มทะเบียนรถไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาครอบครองรถตามที่ผู้ให้บริการแต่ละแห่งกำหนด ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารบางแห่งอาจมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาครอบครองรถขณะที่ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น เงินติดล้อ อาจมีเงื่อนไขการพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่า ทั้งนี้หากเอกสารครบและคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อตรงตามเงื่อนไข ก็อาจช่วยให้การพิจารณาเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น

Tag : สินเชื่อรถยนต์สินเชื่อเงินติดล้อโอนเล่มรถโอนรถยนต์ตรวจสภาพรถ