หน้าแรก > บทความ > การเงินน่ารู้ > เคล็ดลับทําธุรกิจ > 5 วิธีถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือ จนลูกค้าต้องกดซื้อ

5 วิธีถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือ จนลูกค้าต้องกดซื้อ

VIEW 1117 คน
5 วิธีถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือ จนลูกค้าต้องกดซื้อ
หมายเหตุ ผ่อนรถอยู่ก็ขอกู้ได้ เพียงคุณมีประวัติชำระที่ดี ... เงินติดล้อก็รับครับ
Enter security code:
 Security code

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนคงกำลังหาวิธีทำให้ร้านค้าออนไลน์ของตัวเองมียอดขายเพิ่มขึ้น เมื่อลองลิสต์เหตุผลให้ดีก็พบว่า ร้านค้าต้อง “น่าเชื่อถือ และต้องมีรีวิวจากลูกค้าที่ดี” แต่จะมีรีวิวได้ยังไง ในเมื่อไม่ค่อยมีลูกค้าซื้อสินค้าเลย พอดูรูปถ่ายสินค้าที่มีก็เข้าใจทันที เพราะรูปสินค้าไม่สวย แสงไม่ดี มุมไม่ได้ เลยไม่ดึงความสนใจของลูกค้า แล้วจะทำยังไงให้ลูกค้าสนใจซื้อสินค้าในร้านดีนะ? ถ้าคุณกำลังหาเทคนิคถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือแบบมืออาชีพ เงินติดล้อไม่อยากให้พลาดบทความนี้เลย!

ก่อนจะไปติดตามเรื่องการสร้างแบรนด์ หากใครชอบฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ทั้งได้ความรู้ และความสนุก อย่าลืมติดตามธุรกิจติดล้อได้ทุกเดือนผ่านทาง Spotify และ Podbean นะครับ

ผู้ดำเนินรายการ

  • คุณประเสริฐศักดิ์ แก้วสง่า (Digital Copywriter)
  • คุณอนามิกา พิภัชอนันต์ (Digital Content Marketing)
เทคนิคถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือ

เปิดตำรา! 5 เทคนิคถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือให้สวยสะดุดตา

การถ่ายรูปสินค้าให้น่าสนใจจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ไวขึ้น เนื่องจากตอนช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านเพจร้านค้าหรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ลูกค้าไม่ได้สัมผัสสินค้าจริงๆ มีเพียงรูปถ่ายสินค้าที่ร้านค้าอัปโหลดลงเท่านั้นที่ลูกค้าเห็น ดังนั้น การถ่ายรูปสินค้าให้เห็นทุกซอกทุกมุม ถ่ายให้เห็นรายละเอียดสินค้าเลยจำเป็นมาก

คำว่า “รูปดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะตามหลักจิตวิทยาบอกว่า คนเราจะถูกดึงดูดจากของสวยๆ งามๆ และรูปถ่ายสินค้าที่สวยงามก็เป็นหนึ่งในนั้น อีกทั้งคนเรามักจะตีความรูปภาพได้ง่ายกว่าการตีความตัวหนังสือ ไม่ว่าจะยังไงร้านค้าควรถ่ายรูปสินค้าให้สวยและน่าสนใจมากที่สุด

และนี่คือ 5 เทคนิคถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือที่เงินติดล้อนำมาฝากกัน ถ้าคุณพร้อมแล้วก็เปิดกล้องมือถือ แล้วมากดชัตเตอร์พร้อมๆ กันเลย

ถ่ายรูปสินค้าให้สวย ต้องสมจริง ตรงปก และใช้แสงธรรมชาติ

เทคนิคถ่ายรูปสินค้าให้สวยจนลูกค้าต้องหยุดชะงัก ไม่จำเป็นต้องใช้กล้องราคาแพงหรือซื้อไฟชุดให้เปลืองเงิน เพียงแค่คุณมีมือถือและรู้จักใช้แสงธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ ก็จะได้รูปถ่ายสินค้าสวยๆ ระดับมืออาชีพมาใช้โพสต์ขายของออนไลน์ในร้านค้าแล้ว ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการถ่ายรูปสินค้าจากแสงธรรมชาติ คือ

  • ถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือช่วงเช้า : 7.00 - 9.00 น.
  • ถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือช่วงเย็น : 13.00 - 18.00 น.

ที่ต้องถ่ายรูปสินค้าในช่วงเวลานี้เพราะแสงธรรมชาติจะมีความนุ่มนวลมากๆ ทำให้สินค้ามีความสวยละมุน รูปสินค้าไม่ดูแข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา เพราะถ้าถ่ายรูปตอนเที่ยงตรงที่แสงจ้ามากๆ จะทำให้ไม่เห็นรายละเอียดสินค้า ดังนั้น รูปถ่ายสินค้าต้องมีความสมจริง ตรงปก เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าก็เกิดความประทับใจ และอาจรีวิวร้านค้าในเชิงบวกให้กับร้านค้า

ถ่ายรูปสินค้าให้น่าสนใจ ถ่ายรูปสินค้ามุมไหนให้สวย

ถ่ายรูปสินค้าให้น่าสนใจต้องถ่ายให้เห็นสินค้าหลายๆ มุม

เทคนิคถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือที่ทำให้ลูกค้าสนใจ คือคุณต้องถ่ายสินค้าให้เห็นทุกมุม หลายระยะการมองเห็น เพื่อประสบการณ์ที่ดีในการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้า ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะลูกค้าไม่ได้จับสินค้าจริงๆ มีเพียงรูปถ่ายสินค้าเท่านั้นที่จะเป็นตัวช่วยตัดสินใจว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าหรือไม่ซื้อสินค้าของร้านคุณ

ลองคิดดูว่าร้านค้าที่ 1 ขายครีมกระปุกแล้วถ่ายแค่ครีมกระปุกโดดๆ ไม่มีอะไรเป็นองค์ประกอบ กับร้านที่ 2 ขายครีมกระปุกเหมือนกัน แต่ถ่ายทุกมุมของสินค้า ถ่ายรูปสินค้าระยะใกล้ ถ่ายบรรจุภัณฑ์ของสินค้า แถมยังควักเนื้อครีมออกมาให้เห็นเนื้อครีมว่าสีอะไร มีความอ่อนโยนแค่ไหน เพียงแค่นี้ตัดสินได้แล้วว่ารูปถ่ายสินค้าร้านที่ 2 น่าสนใจกว่ารูปถ่ายสินค้าของร้านที่ 1 แน่นอน

เห็นไหมว่า เทคนิคถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือในข้อนี้ทำไม่ยากเลย ถ้าคุณยังนึกไม่ออกว่าจะต้องถ่ายรูปสินค้าแบบไหนและมุมมุมไหนบ้าง ลองแทนตัวเองเป็นลูกค้าก็ได้ว่าอยากเห็นอะไรในสินค้าชิ้นนั้น

เทคนิคถ่ายรูปสินค้าให้สวย ต้องถ่ายรูปจากสินค้าจริง

เทคนิคถ่ายรูปสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย ต้องถ่ายจากสินค้าจริงเท่านั้น

ร้านค้าออนไลน์หลายๆ ร้านเวลาที่ลงขายสินค้าออนไลน์ใน Facebook หรือ MarketPlace มักจะนำรูปจากอินเทอร์เน็ตมาใช้งาน ไม่ยอมถ่ายรูปสินค้าจากสินค้าจริงๆ ด้วยตัวเอง วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย แต่ไม่สามารถดึงความสนใจจากลูกค้าได้เลย เพราะลูกค้าจะมองว่าร้านค้าไม่น่าเชื่อถือ แค่รูปสินค้ายังใช้รูปถ่ายของคนอื่นเลย อีกทั้งทำให้ลูกค้านึกภาพไม่ออกว่าสินค้าที่ขายจริงๆ เป็นแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ ใช้งานอย่างไร เป็นต้น ดังนั้น ถ้าถ่ายรูปสินค้าจากสินค้าจริงๆ คุณจะใส่ไอเดียสร้างสรรค์ในการดีไซน์รูปภาพได้ด้วยตัวเอง เช่น

  • ขายครีมออนไลน์ : นำครีมมาละเลงบนผิวหน้า ผิวกาย ให้ลูกค้าเห็นชัดๆ ว่าเนื้อครีมเป็นยังไง
  • ขายอาหารออนไลน์ : ทำท่าทางปรุงอาหาร ยกอาหารขึ้นมา หรือมีอาหารอื่นๆ บนโต๊ะให้รูปมีสีสัน
  • ขายเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์ : ในรูปควรมีคนนั่งบนโซฟา เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  • ขายเสื้อผ้าออนไลน์ : หาคนจริงๆ ที่มีขนาดเท่ากับไซซ์เสื้อผ้ามาใส่ เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพมากขึ้น
ถ่ายรูปสินค้าให้สวย ใช้โปรแกรมแต่งรูปขายของอะไรดี

ถ่ายรูปสินค้าให้สวยแล้ว อย่าลืมใช้โปรแกรมปรับแต่งรูปก่อนลงขายของ

พ่อค้าแม่ค้าหลายอาจบอกว่าถ้าต้องถ่ายรูปสินค้าให้สมจริง ทำไมต้องใช้โปรแกรมแต่งรูปด้วย ลงขายของเลยไม่ได้เหรอ? คำตอบคือ “ได้ แต่รูปอาจจะไม่สมบูณ์ที่สุด” เนื่องจากบางทีรูปภาพอาจจะมืดเกินไปจนต้องเพิ่มแสง หรือรูปสีเพี้ยนจากความจริงก็ต้องปรับให้ใกล้เคียงที่สุด ต่อให้คุณงัดเทคนิคถ่ายรูปสวยด้วยมือถือมาใช้ ก็ไม่ควรละเลยการแต่งรูปเด็ดขาด ซึ่งเดี๋ยวนี้มีโปรแกรมแต่งรูปให้ปัง มีเยอะมาก เช่น

ถ่ายรูปสินค้าให้สวย ต้องใช้โหมดอะไร

ถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือให้สวย ต้องใช้โหมดอะไรบ้าง?

เดี๋ยวนี้กล้องโทรศัพท์มือถือมีความสามารถ ไม่แพ้กล้องถ่ายรูป Mirrorless หรือกล้องโปรเลย เพราะมีฟังก์ชันในการถ่ายรูปให้คุณเลือกใช้เยอะและตอบโจทย์ ซึ่งคุณก็สามารถถ่ายรูปสินค้าสวยๆ ได้ด้วยตัวเอง โดย 3 โหมดในการถ่ายรูปสินค้าได้สวยและน่าสนใจขึ้น มีดังนี้

ถ่ายรูปสินค้าให้สวยและน่าสนใจด้วยมือถือ เพิ่มยอดขายจริงไหม

ถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือ ช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าจริงไหม?

การที่ร้านค้าออนไลน์ขายดีหรือมียอดขายปังกำไรพุ่งขึ้น มีหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพสินค้า ประสบการณ์การซื้อของในร้านค้า หรือการบริการของร้านค้า เช่น

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ลูกค้าได้ตัดสินใจซื้อสินค้าไปแล้ว จนเกิดการรีวิวจากผู้ใช้จริง เพราะประทับใจ ร้านค้ามีเรตติ้งดี เมื่อลูกค้าคนอื่นๆ ที่ผ่านมาเห็นรีวิวก็ไว้ใจและอยากซื้อตาม แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น ร้านค้าออนไลน์ต้องทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าสะดุดตาและดึงความสนใจเพื่อเกิดการซื้อของก่อน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดก็คือ “รูปถ่ายสินค้าที่สวย” ถ้ารูปไม่สวย ถ่ายออกมามุมแย่ แสงไม่สวย อาจถูกมองข้ามได้

ถึงแม้ว่าการใช้สารพัดเทคนิคในการถ่ายรูปสินค้าให้สวยด้วยมือถือจะต้องลงแรงลงใจไปเยอะ แต่รูปถ่ายสินค้าที่ได้มานั้นไม่ได้ใช้แค่ครั้งเดียวจบ แต่คุณยังสามารถนำรูปถ่ายสินค้าไปยิงโฆษณาตามแพลตฟอร์มต่างๆ ได้และกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อีกด้วย เช่น ยิงโฆษณาใน Facebook, TikTok, Line Ads, Google Ads ซึ่งการยิงโฆษณาในแพลตฟอร์มเหล่านี้คุณจะสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อีกด้วย และช่วยให้ปิดการขายออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

สรุป

อ่านถึงตรงนี้ ถ้าคุณพร้อมแล้วก็หยิบมือถือมาถ่ายรูปสินค้าโดยใช้ 5 เทคนิคนี้เป็นคู่มือได้เลย คุณจะได้มีรูปถ่ายสินค้าสวยๆ ไปใช้งาน สร้างแบรนด์ของตัวเองให้น่าเชื่อถือ และถ้าวันหนึ่งเกิดติดขัดเรื่องเงินทุนในการลงทุนธุรกิจออนไลน์หรือหมุนเงินในธุรกิจไม่ทัน อย่าลืมนึกถึงสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ของเงินติดล้อนะครับ เพราะเงินติดล้ออยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

คุณสามารถติดตาม Podcast ธุรกิจติดล้อ ได้แล้ววันนี้ที่ Spotify และ Podbean เราจะนำเรื่องราวสนุกๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจของคนยุคใหม่เพื่อสร้างรายได้เม็ดงามมาฝากคุณในทุกเดือน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่

เราพร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง!

สนใจสมัครสินเชื่อ

หมายเหตุ ผ่อนรถอยู่ก็ขอกู้ได้ เพียงคุณมีประวัติชำระที่ดี ... เงินติดล้อก็รับครับ
Enter security code:
 Security code
Avatar Ngerntidlor
บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น

บทความอื่น ๆ

โอนรถยนต์เสียเท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไรบ้าง ข้ามจังหวัดทะเบียนเดิมได้ไหม?

ใครที่มองหาข้อมูลว่า โอนรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง โอนรถที่ไหน เสียกี่บาท กี่วันได้เล... อ่านต่อ
VIEW 161240 คน

วิธีไหว้แม่ย่านางรถ เสริมมงคล แคล้วอุบัติภัย

ออกรถมาใหม่ คนไทยส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อในการกราบไหว้แม่ย่านาง ดูวิธีการไหว้แม่ย... อ่านต่อ
VIEW 891763 คน

เริ่มใช้แล้ว! กฎหมายจราจรฉบับใหม่ โทษหนัก ปรับเงินเป็นแสน

รู้หรือไม่! กฎหมายจราจรฉบับใหม่ล่าสุดประกาศใช้แล้ว เช่น ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเสียค... อ่านต่อ
VIEW 64 คน
Back to top