หน้าแรก > บทความ > ไลฟ์สไตล์ > เลือกซื้อคาร์ซีทอย่างไร ลูกน้อยปลอดภัย คุณแม่อุ่นใจ

เลือกซื้อคาร์ซีทอย่างไร ลูกน้อยปลอดภัย คุณแม่อุ่นใจ

VIEW 295 คน
เลือกซื้อคาร์ซีทอย่างไร ลูกน้อยปลอดภัย คุณแม่อุ่นใจ

ปัจจุบันจากข่าวสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเด็กเล็ก อาจจะมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย แต่ส่วนหนึ่งที่ปลอดภัย เพราะเด็กเหล่านั้นอยู่ในคาร์ซีท เราเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมรักและเป็นห่วงลูกน้อย แต่ในความเป็นจริงหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา อ้อมกอด ก็ไม่สามารถปกป้องเด็กได้

ดังนั้นคาร์ซีทจึงเป็นอุปกรณ์เสริมชิ้นสำคัญที่จะช่วยเสริมความปลอดภัยและเพื่อป้องกันเหตุร้ายให้กับลูกๆ ของคุณ โดยเฉพาะเด็กเล็กและทารก

แต่หลายๆ คนเองก็ไม่ได้คุ้นเคยกับการเลือกซื้อคาร์ซีท มาติดตั้งในตัวรถกันมากนัก บทความนี้เงินติดล้อจึงขอนำเสนอวิธีการเลือกซื้อคาร์ซีทมาให้ เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องเหมาะสม เพิ่มความปลอดภัยกับลูกๆ ของคุณ

คาร์ซีท

คาร์ซีทดีอย่างไร? ทำไมควรติดตั้งเอาไว้ในรถ

Car Seat (คาร์ซีท) คือ เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก เบาะที่นั่งจะถูกออกแบบให้มีโครงสร้างที่ดูดซับและกระจายแรงกระแทกไปยังชิ้นส่วนโครงสร้างเบาะ และเข็มขัดนิรภัยนั้นถูกออกแบบมาคล้ายกับของผู้ใหญ่ แตกต่างกันคือเข็มขัดนิรภัยจะเป็นแบบ 5 จุด แบบนักแข่งรถ เมื่อเกิดอุบัติเหตุช่วยเสริมความปลอดภัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

คาร์ซีทจะมีลักษณะคล้ายเบาะเสริมที่ติดตั้งแยกออกมาต่างหากจากตัวรถ ซึ่งจะมีดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดกว่าเพื่อรับกับสรีระของเด็ก ช่วยรองรับในส่วนคอ ศีรษะ และหลังของเด็ก ป้องกันการกระทบกระเทือนไปยังสมองและกระดูกสันหลังขณะประสบอุบัติเหตุ

ร่างกายของเด็กๆ นั้นยังมีความบอบบางค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกับเด็กเล็กและทารก แม้จะเกิดอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนร่างกายเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของพวกเขาในอนาคตได้

เลือกคาร์ซีทอย่างไรให้ลูกน้อยปลอดภัยยามขับรถ

ทีนี้เรามาดูกันว่า ในการเลือกซื้อคาร์ซีทนั้น ควรเลือกซื้อแบบไหนลูกน้อยของคุณจึงจะปลอดภัยที่สุด โดยมีวิธีการเลือกตามปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • เลือกประเภทให้เหมาะกับตัวลูก

คาร์ซีทนั้นถูกจำแนกออกเป็นหลายประเภทตามอายุและขนาดตัวของเด็ก เพื่อให้เหมาะสมและรองรับสรีระของเด็กได้ โดยคุณสามารถเลือกซื้อคาร์ซีทแต่ละช่วงอายุหรือวัยของลูกๆ ได้ ดังนี้

  1. คาร์ซีทแบบหันหน้าไปด้านหลังรถ (Rearward-facing baby seat)

    เป็นคาร์ซีทแบบตัวเบาะหันหน้าเข้าหารถ เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดไปจนถึงอายุ 15 เดือน เนื่องจากเด็กในช่วงวัยนี้อวัยวะทั่วร่างยังมีความอ่อนแอและเปราะบางสูง แม้แต่แรงกระแทกนิดเดียวก็สามารถทำให้บาดเจ็บร้ายแรงได้ ซึ่งคาร์ซีทประเภทนี้จะช่วยรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี

  2. คาร์ซีทแบบผสม (Combination seat)

    คาร์ซีทแบบผสมจะคล้ายๆ กับคาร์ซีทแบบหันไปด้านหลัง แต่จะสามารถทำได้ทั้งการนั่งหันหน้าและหันหลัง โดยจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย จึงเหมาะตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงอายุ 6 ปี แม้ว่าสำหรับเด็กทารกแล้วตัวเบาะอาจจะมีขนาดใหญ่ไปสักเล็กน้อย แต่ก็สามารถใช้ได้ไปอีกหลายปีเลยทีเดียวนั่นเอง

    คาร์ซีทแบบผสม (Combination seat)
  3. คาร์ซีทแบบหันไปด้านหน้ารถ (Forward-facing child seat)

    เป็นคาร์ซีทรูปแบบมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 9 เดือนไปจนถึง 11 ปี เป็นคาร์ซีทมาตรฐานที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

  4. คาร์ซีทแบบมีพนักพิง (High-backed Booster Seat)

    เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี เป็นคาร์ซีทในรูปแบบมีพนักพิงด้านหลังสำหรับเด็กที่เริ่มโตแล้ว จะทำให้เด็กรู้สึกนั่งได้สบายกว่าแต่ก็ยังคงความปลอดภัย

  5. เบาะนั่งเสริม (Booster Seat)

    เบาะนั่งเสริมนั้นเหมาะสำหรับเด็กที่ไม่สามารถนั่งในคาร์ซีทได้แล้ว จะมีลักษณะคล้ายกับเบาะนั่งเสริมแบบปกติมีพนักพิงด้านหลัง ส่วนมากจะใช้สำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปจนกว่าจะสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้

  • ต้องมีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย

ด้วยความที่คาร์ซีทนั้นมีผู้ผลิตมากมายหลายเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าต้องการสินค้าที่มีคุณภาพจึงจำเป็นจะต้องสังเกตตรารับรองมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44/04 โดยจะมีลักษณะเป็นป้ายแถบสีส้ม ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันมาตรฐานสำหรับคาร์ซีทโดยเฉพาะ จึงจะมั่นใจได้ว่าแม้เกิดอุบัติเหตุคาร์ซีทตัวนี้ก็สามารถช่วยป้องกันความปลอดภัยให้กับลูกน้อยของคุณได้

ติดตั้งคาร์ซีทไว้ตรงไหนปลอดภัยที่สุด

ตำแหน่งติดตั้งคาร์ซีทที่ดีที่สุดก็คือเบาะหลัง โดยปกติเรามักจะเห็นหลายๆ คนติดคาร์ซีทเอาไว้ด้านหน้าเพื่อให้ง่ายต่อการเลี้ยงดูลูก แต่ด้านหน้านั้นจะมี Airbag ติดตั้งอยู่ ซึ่งถ้าหากเกิดอุบัติเหตุ Airbag อาจจะทำอันตรายต่อเด็กที่อยู่ในคาร์ซีทได้ เพราะฉะนั้น การติดตั้งคาร์ซีทเอาไว้ด้านหลังเบาะจึงจะดีที่สุด

ตำแหน่งการติดตั้งคาร์ซีท

สรุป

ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยในตัวลูกน้อยแล้ว ควรให้ลูกนั่งในคาร์ซีทตลอดเวลาในการขับขี่รถยนต์ และอย่าลืมใส่ใจด้านทรัพย์สินกันด้วย เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องไม่คาดฝันที่สร้างอาการบาดเจ็บ และความเสียหายต่อตัวรถได้ ซึ่งอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมรักษาเป็นเงินก้อนใหญ่ อย่าลืมมองหาประกันภัยรถยนต์ติดรถเอาไว้เพื่อบรรเทาความเสียหายในส่วนนี้กันด้วยนะครับ


บทความอื่น ๆ

ไหวตัวให้ทัน มิจฉาชีพออนไลน์ส่ง SMS หลอกลวงล้วงข้อมูลส่วนตัว

ถ้าเผลอกรอกข้อมูลส่วนตัวให้กับมิจฉาชีพออนไลน์ที่ส่ง SMS หลอกลวงล้วงข้อมูลส่วนตัวด... อ่านต่อ
VIEW 1473 คน

เตรียมพร้อมปีขาล แก้หนี้บานเป็นดอกเห็ดด้วยสินเชื่อทะเบียนรถ

จะปีใหม่แล้วแต่ยังมีหนี้สินมากมายที่รอให้จ่าย ถ้าเงินไม่พอใช้ ไม่ต้องขอพรจากพระเจ... อ่านต่อ
VIEW 86 คน

รถแบบไหนต้องขับ 120 กม./ชม. ตามกฎหมายความเร็วฉบับใหม่ล่าสุด?

เริ่มใช้แล้ว! กฎหมายความเร็วฉบับใหม่ล่าสุด ที่รถแต่ละประเภทถูกกำหนดเอาไว้ว่าต... อ่านต่อ
VIEW 103 คน
Back to top