หน้าแรก > บทความ > ไลฟ์สไตล์ > รถแบบไหนต้องขับ 120 กม./ชม. ตามกฎหมายความเร็วฉบับใหม่ล่าสุด?

รถแบบไหนต้องขับ 120 กม./ชม. ตามกฎหมายความเร็วฉบับใหม่ล่าสุด?

VIEW 3657 คน
รถแบบไหนต้องขับ 120 กม./ชม. ตามกฎหมายความเร็วฉบับใหม่ล่าสุด?

ลูกค้าสามารถต่อประกันที่แอปได้แล้ว

สะดวก ง่าย ได้รับความคุ้มครองทันที

เปิดแอป
Enter security code:
 Security code

ข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถชนมีให้เห็นกันอยู่ทุกวัน เช่น ขับรถชนคน; ขับรถชนท้าย ขับรถชนเสาไฟฟ้า; ขับรถชนแบบริเออร์ เมาแล้วขับ; ขับรถเสียหลัก ขับรถตกเขา หรืออีกล้านเหตุผลที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุรถชนคือความเร็วในการขับรถ เลยเป็นเหตุผลว่ามีกฎหมายความเร็วใหม่ล่าสุดออกมาให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ปฏิบัติตามกันแล้ว เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยกฎหมายความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมาะกับรถแบบไหนบ้าง แล้วทำไมความเร็วถึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ บทความนี้มีคำตอบให้แล้วครับ

ถนนแบบไหนที่ต้องทำตาม กฎหมายความเร็วใหม่ล่าสุด 2564

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับกฎหมายความเร็วใหม่ล่าสุด 2564 บนถนนทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท กำหนดให้ความเร็วรถยนต์​สูงสุดขับได้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เป็นถนนบางสายเท่านั้น โดยถนนที่ถูกระบุเอาไว้ในกฎหมายความเร็วใหม่ตามพระราชกิจจานุเบกษาคือ

  • ถนนที่มีช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ
  • มีเกาะกลางเฉพาะแบบกำแพงกั้น หรือแบริเออร์
  • ไม่มีจุดกลับรถที่เสมอกับระดับถนน

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำช่องโหว่ตรงนี้ไปขับรถเร็วเหมือนเดิมเมื่อเจอถนนที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ในกฎหมายฉบับล่าสุด โปรดอย่าลืมว่าความเร็วนำมาซึ่งความอุบัติเหตุที่ใหญ่หลวง การปฏิบัติตามกฎหมายที่ถูกเขียนไว้เป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งเพื่อให้ท้องถนนสงบสุข และเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด

กฎหมายความเร็วใหม่ล่าสุด 2564 รถประเภทไหนควรขับความเร็วเท่าไหร่

กฎหมายความเร็วใหม่ล่าสุด 2564 รถแบบนี้ขับความเร็วเท่าไหร่?

เรื่องนี้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ประกาศว่าการปรับนโยบายอัตราความเร็วสูงสุดที่รถแต่ละประเภทสามารถขับได้นั้นเพราะต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยพิจารณาจากความปลอดภัยทางกายภาพ พื้นที่ที่อยู่และการอยู่อาศัย โดยจำแนกประเภทรถกับความเร็วที่ขับได้ไว้ในกฎหมายความเร็ว ดังนี้

  • รถยนต์ส่วนบุคคล ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. แต่ถ้าอยู่เลนขวาไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม.
  • รถโดยสาร 5-7 คน ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม
  • รถบรรทุกโดยสารที่โดยสารเกิน 15 คน ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม
  • รถโรงเรียน ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม
  • รถมอเตอร์ไซค์ ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม
  • รถมอเตอร์ไซค์ 400 ซีซีขึ้นไป ความเร็วไม่เกิน 110 กม./ชม
  • รถลากจูง รถสามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็ก ความเร็วไม่เกิน 65 กม./ชม
  • รถแทรกเตอร์ รถบดถนน รถที่ใช้ในการเกษตร ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม
กฎหมายความเร็วใหม่ล่าสุด ป้องกันอุบัติเหตุรถชน

ทำไมกฎหมายความเร็วจึงมีไว้ป้องกันอุบัติเหตุรถชน?

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าความเร็วในการขับรถเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชน คุณเลยคิดว่าเหตุผลอื่นๆ สมควรถูกหยิบยกมาพูดถึงมากกว่า เช่น รถชนเพราะอะไหล่พัง รถชนเพราะเบรคแตก; รถชนเพราะไม่มีคาร์ซีท; หรือรถชนเพราะไม่คาดเข็มขัด ซึ่งเหตุผลที่ยกตัวอย่างมานี้คือเรื่องจริง แต่ในการขับรถความเร็วคือตัวแปรหลักนะครับ ดังนั้น เงินติดล้อจะขอแจกแจงว่าทำไมความเร็วถึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ คือ

วิสัยทัศน์อุโมงค์ คือคำตอบว่าทำไมควรขับรถตามกฎหมายความเร็ว

ถ้าคิดว่าจะขับรถเกินกว่าที่กฎหมายความเร็วกำหนด เพราะมั่นใจในตัวเองสุดๆ ว่าปลายเท้าจะเหยียบเบรคได้ทันใจหากเกิดเหตุการณ์ตรงหน้า เงินติดล้ออยากให้คุณนึกถึงทฤษฎีวิสัยทัศน์อุโมงค์กันก่อนว่าคืออะไรในการขับรถเร็วบนท้องถนน เผื่อว่าจะเปลี่ยนใจไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดแล้ว

โดยปกติแล้วเวลาขับรถสายตาจะเห็นวิสัยทัศน์ได้ 180 องศา แต่ถ้าความเร็วมากเท่าไหร่วิสัยทัศน์ที่มองเห็นบนถนนแบบ 180 องศาจะแคบลงทันที เช่น ขับรถเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง องศาการมองเห็นจะเหลือ 50 องศา ทำให้มองไม่เห็นว่าข้างทางจะมีวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตอะไรลอยมาตัดหน้าบนถนนหรือไม่

ดังนั้น การขับรถเร็วจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่บ่อยๆ ครับ เพราะถูกบดบังวิสัยทัศน์ ต่อให้เท้าไวแค่ไหนก็ไม่อาจจะไปแตะเบรคได้ทันใจอย่างที่คิดแน่นอน และความสามารถในการมองเห็นจะลดลงถ้าขับรถตอนกลางคืน; อันตรายก็จะเพิ่มมากขึ้น การขับรถตามกฎหมายความเร็วเลยจำเป็นอย่างยิ่ง

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ภายในเสี้ยววินาทีถ้าเหยียบเบรคไม่ทัน

ที่ตั้งชื่อหัวข้อแบบนี้ ไม่ได้จะชี้นำให้คุณไปฝึกเหยียบเบรคให้ไวขึ้นเพื่อที่จะได้ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่เงินติดล้ออยากเตือนใจให้คุณรู้เสมอว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เพียงแค่เสี้ยววินาที บางครั้งไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ พอเหยียบเบรคไม่ทันก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้นไปตามระเบียบ

ยิ่งขับรถเร็วมากเท่าไหร่ ระยะเวลาในการเหยียบเบรคก็น้อยลงไปเป็นเท่าตัว สมมติว่า คุณขับรถด้วยความเร็วที่ 50 กิโลเมตร/ชั่วโมงจะมีระยะเบรคที่ 27 เมตร ถ้าขับเร็วขึ้นกว่านี้ระยะในการเหยียบเบรคก็เหลือจำนวนน้อยลง หากเกิดอุบัติเหตุก็เสียหายทั้งทรัพย์สินและชีวิตเลยนะครับ

ต่อให้มีประกันรถยนต์ชั้น 1; คุ้มครองก็ตาม แต่จะดีกว่าไหมครับ ถ้าลดโอกาสการสร้างอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง ลดการสูญเสีย ลดความเสียใจต่อคนที่ยังอยู่ ทุกคนสามารถช่วยกันลดอุบัติเหตุได้ หากทำตามกฎหมายจราจร ซึ่งกฎหมายความเร็วไปสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามจริงๆ นะครับ

สรุป

ความเร็วรถยนต์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะในขณะที่ขับรถที่เกินกว่ากฎหมายความเร็วกำหนด คุณจะมองเห็นทางข้างหน้าด้วยทฤษฎีวิสัยทัศน์อุโมงค์จากที่มองเห็นหนทางได้แบบ 180 องศาจะถูกบีบให้แคบลงเพราะความเร็วเป็นตัวเร่งจนไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตอะไรตัดหน้าจนทำให้รถเสียการทรงตัวรถอาจชนท้ายคันหน้า รถแหกโค้ง หรือรถชนสัตว์ ทำให้เกิดความสูญเสียตั้งแต่ทรัพย์สินและชีวิต ดังนั้น ต่อให้มีประกันรถยนต์ชั้น 1; คุ้มครอง ก็ควรที่จะปฏิบัติตามกฎหมายความเร็วนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก thaihealth.or.th;, ratchakitcha.soc.go.th;

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่

เราพร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง!

ลูกค้าสามารถต่อประกันที่แอปได้แล้ว

สะดวก ง่าย ได้รับความคุ้มครองทันที

เปิดแอป
Enter security code:
 Security code
Avatar Ngerntidlor
บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น

บทความอื่น ๆ

ขับรถชนกันแล้วเป็นฝ่ายผิด คู่กรณีเรียกค่าทำขวัญทำยังไงดี?

ขับรถชนแล้วเป็นฝ่ายผิด คู่กรณีเลยเรียกค่าทำขวัญจากคุณ แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีไม่ให... อ่านต่อ
VIEW 88 คน

ตอบแชทลูกค้ายังไงดีให้ปิดการขายออนไลน์ใน Facebook ได้เร็วๆ?

ลูกค้าทักแชทมาแปลว่าเขาสนใจในสินค้ามากๆ แต่จะปิดการขายยังไงดีให้ลูกค้ารู้สึกอยากซื... อ่านต่อ
VIEW 19 คน

จริงไหม? แค่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ก็พอแล้ว ไม่ต้องทำประกันรถยนต์

พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ถ้าต่อ พ.ร... อ่านต่อ
VIEW 203 คน
Back to top