หน้าแรก > บทความ > ไลฟ์สไตล์ > เรื่องรถน่ารู้ > ซื้อรถต่อคนอื่นมีค่าโอนรถหรือไม่? ต้องใช้เอกสารใดบ้าง?

ซื้อรถต่อคนอื่นมีค่าโอนรถหรือไม่? ต้องใช้เอกสารใดบ้าง?

VIEW 86140 คน
ซื้อรถต่อคนอื่นมีค่าโอนรถหรือไม่? ต้องใช้เอกสารใดบ้าง?

ต่ออายุประกันผ่านแอปได้แล้ววันนี้ รับโค้ดส่วนลด Shopee 300 บาท!

Enter security code:
 Security code

ในการซื้อรถต่อจากผู้อื่น นอกจากการตรวจเช็คสภาพรถแล้ว ขั้นตอนในการโอนรถเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากไม่ได้ดำเนินการโอนรถอย่างถูกต้อง อาจจะเกิดปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์กับผู้ซื้อในภายหลังได้

เงินติดล้อจึงได้ทำการรวบรวมขั้นตอนและสิ่งต่างๆ ที่ต้องเตรียมในการโอนรถมาให้ มาดูกันเลยว่า ในการซื้อรถต่อจากคนอื่น มีค่าโอนรถหรือไม่? และต้องใช้อะไรในการโอนรถบ้าง

ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการโอน

หนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับการซื้อรถต่อคนอื่นก็คือ ค่าโอนรถ หรือที่เราเรียกกันว่าค่าธรรมเนียมนั่นเอง โดยค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้คุณควรเตรียมเอาไว้ให้พร้อมก่อนไปที่สำนักงานขนส่ง จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

  1. ค่าคำขอ: 5 บาท
  2. ค่าธรรมเนียมการโอน: 100 บาท
  3. ค่าอากรแสตมป์: 500 บาทต่อราคาประเมินทุก 100,000 บาท
  4. ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน: 200 บาท (กรณีที่ผู้ซื้อต้องการเปลี่ยน)
  5. ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน: 100 บาท (กรณีเล่มทะเบียนเก่าหรือชำรุดฉีกขาด)

สำหรับราคาและรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับบริการอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบก ได้เลยครับ

ขั้นตอนการโอน

เอกสารที่ต้องใช้

นอกจากการเตรียมตัวด้านค่าโอนรถแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ เอกสาร โดยเอกสารเหล่านี้จะเป็นหลักฐานสำคัญที่จำเป็นต้องเตรียมเอาไว้อย่างครบถ้วน

โดยจะมีด้วยกันดังนี้

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • แบบคำขอโอนและรับโอน ซึ่งกรอกรายการและลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนเรียนร้อยแล้ว
  • สัญญาซื้อขาย พร้อมใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี

นอกจากนี้คุณอาจต้องเตรียมเอกสารอื่นๆ หากมีกรณีพิเศษต่างๆ เช่นไม่สามารถไปรับโอนด้วยตัวเองได้ เจ้าของรถเสียชีวิตไปแล้ว ฯลฯ โดยจะมีด้วยกันดังนี้

  • สำเนาใบมรณบัตร (กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต)
  • คำสั่งศาลหรือพินัยกรรมพร้อมสำเนา (กรณีโอนรับมรดก)
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอง (กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนมิได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง)
ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการโอน

ขั้นตอนการโอน

เมื่อเอกสารต่างๆ พร้อมเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็เป็นขั้นตอนการโอนรถ โดยสามารถทำได้ตามขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

  • กรอกแบบฟอร์มคำขอรับการโอนรถที่ส่วนงานทะเบียนของสำนักงานขนส่ง
  • นำรถเข้ารับการตรวจสอบ ที่งานตรวจสภาพรถยนต์ของสำนักงานขนส่ง
  • เมื่อตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว สามารถยื่นเรื่องกรรมสิทธิ์และชำระค่าธรรมเนียม
  • รับใบเสร็จ คู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียนรถ

หากต้องการข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบก ได้เลยครับ

การโอนประกันรถยนต์

นอกจากการโอนตัวรถแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมนั่นก็คือ การโอนประกันรถยนต์ หากคุณตรวจสอบแล้วว่ารถที่คุณกำลังจะซื้อมีประกันรถยนต์ติดมาด้วย คุณสามารถดำเนินการได้ 2 กรณี เพราะถ้าลืมนอกจากจะเสียค่าโอนรถแล้ว ยังต้องเสียค่าประกันรถยนต์ใหม่อีกด้วย

โดยจะมีวิธีการด้วยกัน ดังนี้

  1. ประกันรถยนต์ไม่ระบุผู้ขับขี่: หากประกันไม่ได้ระบุชื่อคนขับก็สามารถใช้ต่อได้ทันที โดยจะได้รับการคุ้มครองตามประกันที่รถยนต์คันนั้นมีตามเดิม โดยการเตรียมเอกสารและขั้นตอนในการโอนมีดังนี้

    • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของเดิม พร้อมเซ็นยินยอมการโอนประกันให้เจ้าของรายใหม่
    • เจ้าของรายใหม่ต้องยื่นใบซื้อขายเพิ่ม เพื่อแจ้งขอเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันเป็นของตนเอง
    • ส่งเอกสารไปยังบริษัทประกันก็เป็นอันเสร็จสิ้น
  2. ประกันรถยนต์ระบุผู้ขับขี่: สำหรับประกันที่ระบุชื่อผู้ขับขี่เอาไว้ จะต้องยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อของผู้ขับขี่กับทางบริษัทประกัน โดยการเตรียมเอกสารและขั้นตอนในการโอนมีดังนี้

    • เจ้าของรถคนใหม่ต้องกรอกแบบฟอร์มโอนชื่อผู้รับผลประโยชน์จากเจ้าของเดิมมาเป็นของตัวเอง
    • ยื่นแบบฟอร์มพร้อมหลักฐานการซื้อขายให้กับบริษัทประกัน เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

รถยนต์และมอเตอร์ไซค์มีการโอนเหมือนกันหรือไม่

หลายๆ คนอาจสงสัยกันว่า รถยนต์และมอเตอร์ไซค์มีการโอนเหมือนกันหรือไม่? มีค่าโอนรถ และเอกสารที่ต้องเตรียมเหมือนกันหรือเปล่านะ?

เงินติดล้อขอตอบว่ามีขั้นตอนที่เหมือนกันเกือบทุกอย่าง เพียงแต่ในการโอนรถมอเตอร์ไซค์จะต้องทำการตรวจสภาพก่อน แล้วจึงไปกรอกแบบฟอร์มคำขอ ต่างจากการโอนรถยนต์แค่ลำดับในการตรวจสภาพเท่านั้น ส่วนขั้นตอนถัดไปสามารถทำได้แบบเดียวกัน

เท่านี้ทุกคนก็น่าจะได้ทราบคำตอบกันแล้วว่าในขั้นตอนการซื้อรถจากผู้อื่นนั้นมีค่าโอนรถหรือไม่? และต้องใช้เอกสารใดบ้าง? ดังนั้นอย่าลืมตระเตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้พร้อม จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลานานๆ ที่กรมการขนส่งทางบกนะครับ

ในการซื้อรถต่อจากผู้อื่น นอกจากเรื่องของราคาที่สำคัญแล้ว คุณยังต้องตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างละเอียดด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรถยนต์ที่คุณกำลังจะซื้อไม่มีประกันรถยนต์ติดเอาไว้ต้องระวังให้ดีๆ นะครับ คุณอาจโดนหลอกให้ซื้อรถที่ไปชนมาจนเละเทะแล้วไปซ่อมย้อมแมวจากอู่ไม่ได้มาตรฐานมาขายก็ได้ แต่ถ้าหากคุณตรวจสอบมาเป็นอย่างดีแล้วว่ารถคันนี้ไม่มีปัญหา ก็จัดการทำเรื่องโอนรถได้เลยครับ!

ถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่เหมาะกับรถของคุณ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน ลองปรึกษาเงินติดล้อดูสิครับ! เรามีรูปแบบประกันรถยนต์มากมายให้คุณได้เลือกสรร รวมทั้งประกันที่เหมาะกับรถยนต์มือสองอีกด้วย หากเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเรามีบริการผ่อน 0% นานสูงสุด 12 เดือนอีกด้วย!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์เงินติดล้อ หรือสอบถามพวกเราได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาทั่วประเทศ พวกเรายินดีให้บริการครับ!

ต่ออายุประกันผ่านแอปได้แล้ววันนี้ รับโค้ดส่วนลด Shopee 300 บาท!

Enter security code:
 Security code
Avatar Ngerntidlor
บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น

บทความอื่น ๆ

สินเชื่อทะเบียนรถเก๋ง-กระบะ ไม่ต้องใช้คนค้ำ ไม่ต้องโอนเล่ม

สินเชื่อที่ให้วงเงินสูง ได้เงินเร็ว อนุมัติไวแบบไม่ต้องมีคนค้ำประกัน รับเงินสดทันที อ่านต่อ

รู้ไหม! ติดแบล็กลิสต์ มีหนี้เสีย ก็ซ่อมประวัติการเงินได้

มีประวัติผ่อนชำระล่าช้า เป็นหนี้ NPL จะกู้สินเชื่อได้ไหม แล้วถ้าอยากแก้หนี้เสียให... อ่านต่อ
VIEW 1513 คน

บอลพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ระวังผีพนันบอลเข้าสิงจนเสียเงินหมดตัว

ฤดูกาลบอลมาถึงแล้ว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ตามมาด้วยคือการพนันบอลหรือแทงบอลออนไลน์ภัยร้ายท... อ่านต่อ
VIEW 60 คน
Back to top