หน้าแรก > บทความ > รู้ทันประกัน > ประกันอุบัติเหตุ > ประกันอุบัติเหตุ เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี?

ประกันอุบัติเหตุ เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี?

VIEW 997 คน
ประกันอุบัติเหตุ เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี?
สนใจสมัครประกัน
Enter security code:
 Security code
เมื่อพูดถึงการทำประกัน หลายๆ คนคงจะทราบกันดีว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยคุ้มครองเงินในกระเป๋าเมื่อเกิดภัยต่างๆ โดยประกันมีหลากหลายประเภท เช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันโรคมะเร็ง ฯลฯ

เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ค่อนข้างสูง ประกันอุบัติเหตุจึงมีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์อันตรายที่ไม่คาดคิด

โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ ที่มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ค่อนข้างสูง จึงต้องเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์อันตรายที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่

แต่ประกันอุบัติเหตุของแต่ละบริษัทก็มีวงเงินคุ้มครองแตกต่างกันออกไป ต้องพิจารณาว่าแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับตัวเอง ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวงเงินคุ้มครอง ต้องศึกษารายละเอียดของประกันอุบัติให้เข้าใจก่อนทำการตัดสินใจ

ทำไมประกันอุบัติเหตุถึงต้องมีวงเงินคุ้มครอง
 

ทำไมประกันอุบัติเหตุถึงต้องมีวงเงินคุ้มครอง


หลายๆ คนก็คงทราบกันดีว่าในการทำประกันอุบัติเหตุจะมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่ทางบริษัทประกันภัยสามารถจ่ายได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยเงื่อนไขต่างๆ จะถูกระบุไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน

แต่หลายๆ คนยังคงสงสัยว่าทำไมประกันอุบัติเหตุถึงต้องจำกัดวงเงินคุ้มครอง และทำไมแต่ละบริษัท แต่ละแผนการประกันถึงมีวงเงินไม่เท่ากัน?

สาเหตุที่วงเงินเงินคุ้มครองมีความแตกต่างกันนั้นเกิดจากความต้องการที่หลากหลายในการทำประกันภัยของกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม อย่างเช่น ผู้มีรายได้น้อยแต่อยากมีประกันอุบัติเหตุเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ แต่รายได้มีไม่มากพอที่จะจ่ายค่าเบี้ยประกัน

เพราะฉะนั้น ทำให้ต้องมีการออกประกันรูปแบบต่างๆ มาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการทำประกันได้อย่างครบถ้วนและทั่วถึง ซึ่งวงเงินคุ้มครองนี้จะมีตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลหลักร้อยบาท ไปจนถึงเงินชดเชยหากเสียชีวิตหลักล้านเลยทีเดียว
 

ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองอะไรบ้าง


จบเรื่องวงเงินคุ้มครองไปแล้ว ทีนี้สงสัยกันอีกหรือเปล่าว่าประกันอุบัติเหตุนี่มันคุ้มครองอะไรบ้างนะ?

หน้าที่ของประกันประเภทประกันอุบัติเหตุก็คือ รองรับความเสี่ยงในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลยามเกิดอุบัติเหตุ มิฉะนั้นคุณอาจจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปจากค่ารักษาพยาบาล จึงเป็นการช่วยคุ้มครองทรัพย์สินของเรา

ซึ่งบางกรมธรรม์ก็มีการคุ้มครองเป็นเงินชดเชยรายได้ในแต่ละวัน ขณะที่คุณทำการรักษาอยู่แล้วออกไปทำงานไม่ได้

โดยสิ่งที่ประกันอุบัติเหตุให้ความคุ้มครองหลักๆ มีดังนี้
  • ค่ารักษาพยาบาลเมื่อประสบอุบัติเหตุ
  • เงินชดเชยจากกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ
  • เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพโดยชั่วคราว หรือถาวร
  • เงินชดเชยขณะพักฟื้นรักษาตัว
โดยแต่ละบริษัทอาจจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันออกไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

หลักการในการทำประกันอุบัติเหตุ
 

หลักการในการทำประกันอุบัติเหตุ


ประกันอุบัติเหตุแม้จะคุ้มครองได้ครอบคลุม แต่ประกันอุบัติเหตุก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้างตามบริษัท ทั้งอัตราการจ่ายเบี้ยประกัน หลักเกณฑ์ของผู้เอาประกัน รวมถึงวงเงินที่ทางบริษัทจะจ่ายให้คุณได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

มาดูกันว่าหลักการในการทำประกันอุบัติเหตุนั้นต้องดูที่อะไร และควรเลือแบบไหนให้เหมาะกับคุณที่สุด
 

1. อายุ


แม้ในปัจจุบันเราจะสามารถทำประกันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือสามารถทำให้ลูกหลานได้ แต่ยังมีบางกรมธรรม์ที่จำกัดอายุผู้เอาประกันอยู่ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะอยู่ที่อายุ 15 - 60 ปี

ดังนั้นก่อนจะซื้อก็ควรที่จะตรวจสอบกรมธรรม์ให้ถี่ถ้วนก่อน

แต่ไม่ใช่ว่าจำเป็นต้องรอให้อายุเยอะมากแล้วถึงจะทำประกัน โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุนั้นสามารถทำได้ทันทีเมื่อมีเงื่อนไขครบตามกรมธรรม์ เพื่อเป็นการรองรับความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
 

2. อาชีพ


อาชีพ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักสำหรับการเลือกประกันอุบัติเหตุเสมอมา โดยทางบริษัทประกันจะมีการแบ่งอาชีพออกเป็น 4 ขั้นตามความเสี่ยง ดังนี้

อาชีพขั้นที่ 1: ได้แก่ กลุ่มอาชีพที่ทำงานประจำในสำนักงาน หรือพื้นเป็นหลัก เช่นพนักงานบริษัท ผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้าที่ทำงานประจำหน้าร้าน

อาชีพขั้นที่ 2: ได้แก่ กลุ่มอาชีพที่มีการทำงานกลางแจ้ง เช่น ช่างฝีมือ วิศวกร สถาปนิก หรือกลุ่มคนที่เน้นการควบคุมดูแลงาน เช่น หัวหน้าคุมงานต่างๆ

อาชีพขั้นที่ 3: ได้แก่ กลุ่มอาชีพด้านช่าง เช่นช่างยนต์ ช่างไม้ ผู้ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรกลหนัก รวมถึงผู้ใช้แรงงาน

อาชีพขั้นที่ 4: ได้แก่ กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เช่นช่างไฟฟ้า นักแสดงผาดโผน หรือสตันท์แมน

สาเหตุที่ต้องมีการแบ่งอาชีพเช่นนี้ พราะความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ นั้นจะเกี่ยวข้องกับวงเงินคุ้มครองโดยตรง โดยเฉพาะอาชีพขั้นที่ 3 และ 4 จะมีโอกาสเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุสูง ดังนั้นผู้ที่ประกอบอาชีพเหล่านี้จะมีเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายสูงกว่าอาชีพอื่นๆ
 

3. การใช้ชีวิต


แม้อาชีพจะไม่เสี่ยง แต่การใช้ชีวิตประจำวันอาจจะตรงกันข้าม ดังนั้นในการเลือกประกันภัยต้องดูว่านิสัยกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันของตัวเอง หรือคนที่จะซื้อประกันให้เป็นแบบไหน

หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยเดินทางหรือใช้ชีวิตบนท้องถนนมากนัก วันหยุดมักจะอยู่บ้านเพื่อผ่อนคลาย ปลูกต้นไม้ ดูทีวี ใช้ชีวิตแบบมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุต่ำ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ประกันอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองสูงมากเกินไป

แต่ถ้าหากว่าการใช้ชีวิตของคุณมีความเสี่ยงสูง เช่น ต้องขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานระยะไกลทุกวัน ชอบไปเที่ยวป่าหรือขึ้นเขา อาจจะต้องใช้ประกันที่มีวงเงินสูง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในทุกๆ ด้าน
 

4. รายได้


เมื่อกล่าวถึงการทำประกัน ถ้าจะไม่พูดถึงเรื่องเงินคงเป็นไปไม่ได้ หากคนส่วนใหญ่มีการใช้ชีวิตประจำวัน หรือความเสี่ยงในอุบัติเหตุไล่เลี่ยกัน สิ่งที่จะเป็นตัวแปรในการเลือกประกันอย่างสุดท้ายคือรายรับรายจ่าย

เนื่องจากประกันภัยนั้นคือหนึ่งในการบริหารเงิน และการฝึกวินัยทางการเงินของตัวเอง ดังนั้นคงไม่ดีนักหากมีการทำประกันภัยที่ไม่เหมาะสมกับรายได้ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประกันในวงเงินที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปก็ตาม

ทำไมวงเงินน้อยเกินไปถึงเกิดปัญหา? อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ว่าสิ่งไม่คาดฝันย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมันจะดีกว่าหรือไม่ถ้าหากมีทุนทรัพย์แล้วทำการลงทุนความปลอดภัยกับประกันอุบัติเหตุ เพื่อเป็นการป้องกันและกระจายความเสี่ยงล่วงหน้า

หากหลายๆ คนทราบตัวเองดีว่าการบริหารการเงินของคุณเริ่มมีปัญหา เงินติดล้อขอแนะนำบทความ เทคนิคการวางแผนการเงินเพื่อต่อยอดคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เป็นแนวทางการจัดแจงรายรับรายจ่ายต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินของตัวเอง

เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี
 

เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี


วิธีการเลือกวงเงินคุ้มครองของประกันอุบัติเหตุนั้น นอกจากจะดูเรื่องของ อายุ อาชีพ การใช้ชีวิต และรายได้แล้วนอกเหนือไปจากนั้นจะมีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมอีก 2 เรื่องก็คือ เรื่องของคนในครอบครัว และค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เรื่องของคนในครอบครัว หมายถึง หากเกิดการเสียชีวิตหรือพิการ ไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ตามปกติ คนในครอบครัวจะลำบากหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว วิธีการคิดทุนประกันสามารถที่จะคิดได้ตามสูตรนี้

จำนวนวงเงินคุ้มครองที่เหมาะสม = (ค่าใช้จ่ายต่อปี x จำนวนปีที่ต้องการดูแล) + หนี้สิน

เช่น นาย ก. อายุ 45 ปี ครอบครัวมีรายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 8,000 บาท ปัจจุบันลูกอายุ 15 ปี ต้องการให้เงินครอบคลุมถึงวันที่ลูกเรียนจบปริญญาตรีที่อายุ 22 ปี (ต้องดูแล 7 ปี) ไม่มีหนี้สิน

((8,000 x 12) x 7) + 0 = 672,000 บาท

นาย ก. จึงควรมีวงเงินคุ้มครองราว 672,000 บาท

ค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หมายถึง หากเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อให้คุ้มครองค่ารักษานั้น ในการเลือกประกันอุบัติเหตุให้พิจารณาในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยมีวิธีการคิดดังนี้

วงเงินคุ้มครองของค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ = ค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เช่น หากประสบอุบัติเหตุรถชน มีค่ารักษาโดยประมาณ 4 แสนบาทต่อครั้ง ก็ควรเลือกวงเงินที่มากกว่า 4 แสนบาทเพื่อให้คุ้มครองค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ซึ่งในส่วนของค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุมีหลากหลาย เพราะบางประกันอุบัติเหตุอาจจะแยกย่อยวงเงินความคุ้มครองออกเป็นหลายส่วน เช่น ค่าชดเชยรายได้ หรือค่าปลงศพ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องพิจารณาและเปรียบเทียบเพิ่มเติม

สำหรับผลิตภัณฑ์ประกัน ทางเงินติดล้อเองก็มีให้เลือกหลากหลายและครอบคลุม ตั้งแต่ประกันแบบซุปเปอร์คุ้ม 365 ที่จ่ายเบี้ยประกันเพียงวันละ 1 บาท แต่วงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 300,000 บาท ไปจนถึงประกันซุปเปอร์คุ้ม 1,299 ที่คุ้มครองสูงสุดถึง 400,000 บาท หากสนใจสามารถสอบถามได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้าน หรือดูรายละเอียดที่ประกันอุบัติเหตุเงินติดล้อได้เลยครับ!
สนใจสมัครประกัน
Enter security code:
 Security code

บทความอื่น ๆ

Back to top