หน้าแรก > บทความ > รู้ทันประกัน > ประกันอุบัติเหตุ > ยิ่งรักกัน การเงินยิ่งต้องรอด! แนะนำ 3 วิธีวางแผนการเงินที่คู่รักมือใหม่ควรรู้

ยิ่งรักกัน การเงินยิ่งต้องรอด! แนะนำ 3 วิธีวางแผนการเงินที่คู่รักมือใหม่ควรรู้

VIEW 81 คน
ยิ่งรักกัน การเงินยิ่งต้องรอด! แนะนำ 3 วิธีวางแผนการเงินที่คู่รักมือใหม่ควรรู้
สนใจสมัครประกัน


Enter security code:
 Security code
เมื่อการเงินเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร เราจะปฏิเสธได้อย่างไรว่า การเงินจะไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตคู่ ด้วยเหตุนี้ หากเราต้องการเริ่มต้นชีวิตไปพร้อมกับใครสักคน นอกจากความรักและความห่วงใยที่มีให้กันอย่างสม่ำเสมอแล้ว การตกลงและวางแผนเรื่องการเงินไว้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเริ่มก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตคู่เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง แล้วการเริ่มต้นชีวิตคู่ต้องเริ่มวางแผนการเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ถึงจะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันน้อยที่สุด มาไขข้อสงสัยไปพร้อมเงินติดล้อกัน!

3 เคล็ดลับวางแผนทางการเงินที่จะนำพาชีวิตคู่ให้รุ่งเรือง


1. ตกลงให้ชัดเจน! เงินส่วนไหนเป็นของใคร

ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน ถ้าไม่วางแผนก้าวแรกให้ดี การเดินทางในครั้งนี้ก็อาจไปได้ไม่สวยอย่างที่คิดไว้ เช่นเดียวกับเรื่องการเงินในชีวิตคู่ ถ้าไม่ตกลงให้ดีตั้งแต่ก่อนใช้ชีวิตร่วมกัน เรื่องเงินก็อาจเป็นปัญหาเรื้อรังจนทำให้คู่ชีวิตต้องร้างราจากกันก็เป็นได้ โดยในขั้นตอนแรกนี้ เงินติดล้ออยากให้คนมีคู่ทุกคนลองเริ่มต้นวางแผนการเงินง่าย ๆ ด้วยการหันหน้าแล้วมาจับเข่าคุยกันให้ชัดเจนพร้อมตกลงให้ได้ว่า “ใครรับผิดชอบเงินส่วนไหนกันบ้าง” ซึ่งหัวข้อที่ควรจะทำข้อตกลงกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จะมีดังนี้


ตกลงเป้าหมายในชีวิตคู่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน

สิ่งสำคัญของการบริหารจัดการเงินที่ดีไม่ได้อยู่ที่เราจะหาเงินหรือมีเงินเก็บมากน้อยขนาดไหน แต่อยู่ที่ว่าเราได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไป โดยก่อนที่จะเริ่มบริหารหรือวางแผนจัดการเงินอย่างไรนั้น เราอยากให้คู่รักทุกคนลองหันหน้ามาคุยกันก่อนว่า “เป้าหมายในชีวิตคู่ของเราคืออะไร” และ “เป้าหมายเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่ต้องการจริง ๆ หรือไม่” เช่น เราอาจจะอยากมีบ้าน ในขณะที่อีกคนอยากเช่าคอนโดอยู่ไปก่อน เพราะยังไม่พร้อมจะเป็นหนี้ เป็นต้น ซึ่งหากเราพบความเห็นที่ไม่ลงรอยและไม่รีบเคลียร์และกำหนดเป้าหมายร่วมกันให้เรียบร้อย อย่าพูดถึงการวางแผนการเงินเลย การใช้ชีวิตคู่ต่อไปในอนาคตก็อาจไม่มีความสุขก็เป็นได้


แยกเงินส่วนตัวและเงินส่วนรวมออกจากกัน

ถึงชีวิตคู่จะหมายถึงการใช้ชีวิตร่วมกันในทุกเรื่อง แต่อย่าลืมว่าคู่ชีวิตของเราก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบไม่เหมือนกัน เช่น การงาน ภาระหนี้สิน รวมถึงปัญหาในด้านต่าง ๆ อย่างปัญหาสุขภาพ และ ปัญหาครอบครัว ดังนั้น เมื่อตกลงเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายไปอยู่ด้วยกัน เราต้องตกลงกับคู่ของเราให้ดีว่า เราจะจัดสรรเงินอย่างไรให้ลงตัว โดยเงินติดล้อขอแนะนำให้ทุกคู่รักแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน คือ
  • เงินสำหรับส่วนรวม
    เงินส่วนนี้จะเป็นเงินที่คู่ชีวิตลงขันร่วมกันเพื่อนำมาสร้างชีวิตและใช้จ่ายสิ่งที่มีรับผิดชอบร่วมกัน เช่น เงินเก็บที่อยากเก็บไว้ใช้ร่วมกัน หนี้สินที่มีร่วมกัน ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำค่าไฟ รวมไปถึงค่าเลี้ยงดูลูกในอนาคต
  • เงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว
    เมื่อแยกเงินส่วนรวมออกไปแล้ว เงินส่วนที่เหลือจะเป็นเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว โดยเงินส่วนนี้เราและคนรักจะนำไปใช้จ่ายในส่วนที่ตนเองต้องรับผิดชอบ เช่น หนี้สินแต่ละคนสร้างเอาไว้ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเงินเก็บส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว เงินในส่วนนี้ยังสามารถเก็บไว้เพื่อเป็นทุนสำรองในวันที่ทั้งคู่มีปัญหาเรื่องเงินได้อีกด้วย

ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และ นำมาสรุปยอดทุกครั้ง

การบริหารจัดการเงินที่ดีเริ่มต้นได้จากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่เป็นระบบ เช่นเดียวกับการบริหารเงินในชีวิตคู่ เมื่อแยกเงินเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนแล้ว คู่รักทั้งสองคนต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้กับเงินส่วนรวมและเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวทุกครั้ง จากนั้นให้นำบัญชีทั้งสองมาสรุปยอดและผลัดกันตรวจทานว่า “มีรายรับ-รายจ่ายรายการไหนที่มองข้ามไปหรือไม่” และ “มีความผิดปกติหรือนิสัยทางการเงินอะไรที่ควรได้รับการแก้ไขหรือเปล่า”

หากพบว่ามีสิ่งผิดสังเกต หรือ พบนิสัยทางการเงินที่ควรปรับเปลี่ยน คู่รักทุกคนต้องหันหน้าเข้ามาคุยกันด้วยเหตุผลและพยายามหาทางออกที่ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกัน ที่สำคัญ พยายามอย่าคิดเล็กคิดน้อยและเอาแต่โทษตัวเองหรืออีกฝ่าย เพราะการทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายจนในสุดท้ายอาจแก้ไม่ได้เลยก็เป็นได้

ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย


2. วางแผนการเงินให้ละเอียดก่อนซื้อหลักทรัพย์ด้วยกัน

นอกจากความรักและความเข้าใจแล้ว การลงหลักปักฐานในชีวิตคู่ยังต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การซื้อทรัพย์สินอย่างบ้านและรถยนต์เพื่อมาช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ โดยก่อนที่จะตัดสินใจซื้อทรัพย์สินใด ๆ ก็ตาม สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญ คือ ความพร้อมทางการเงินของเราทั้งสองฝ่าย แต่หากเราทั้งคู่มีการบริหารจัดการเงินที่ดีแล้ว เงินติดล้ออยากชวนคู่รักทุกคนมาทำความเข้าใจกับ 2 เรื่องดังต่อไปนี้


แบ่งให้ชัดเจนว่าใครจ่ายส่วนไหนบ้าง

การซื้อทรัพย์สินอย่างบ้านและรถยนต์อาจต้องพิจารณาถึงความพร้อมทางการเงินของทั้งสองฝ่าย ซึ่งในบางครั้ง ด้วยความแตกต่างกันทางหน้าที่การงาน เราและคู่รักอาจมีกำลังซื้อที่ไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น เงินเดือนของเราอาจเพียงพอต่อการซื้อรถยนต์ ในขณะที่แฟนเรามีเงินเดือนที่เพียงพอต่อการผ่อนบ้าน เป็นต้น หากเกิดกรณีนี้ขึ้น คู่รักต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่า ใครจะรับผิดชอบในการซื้อทรัพย์สินไหน หรือ หากต้องการจะซื้อร่วมกัน เราควรจะแบ่งสัดส่วนในการผ่อนจ่ายอย่างไรให้ลงตัว


“กู้ร่วม” หรือ “กู้คนเดียว” แบบไหนคุ้มกว่า?

เมื่อการเงินไม่เป็นใจให้ซื้อทรัพย์สินได้ด้วยเงินสด การมองหาสถาบันการเงินเพื่อทำการกู้ยืมเงินจึงเป็นทางออกที่คู่รักมากมายเลือกใช้ และโดยส่วนใหญ่แล้ว คู่รักมักเลือกการกู้ร่วมกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่เท่ากัน แต่ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าไปกู้เงินกับสถาบันการเงิน เงินติดล้ออยากชวนให้ทุกคนมาดูก่อนว่า การกู้ร่วมนั้นคืออะไร และจะคุ้มค่ากว่าการกู้เดี่ยวหรือกู้คนเดียวจริงหรือไม่ โดยความแตกต่างของการกู้ทั้งสองแบบจะเป็นไปตามตารางดังนี้
 
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ กู้เดี่ยว หรือ กู้คนเดียว กู้ร่วมกัน
วงเงิน ได้วงเงินตามฐานรายได้ของผู้กู้ ได้วงเงินสูงที่สูงกว่าการกู้เดี่ยว
ใครกู้ได้บ้าง บุคคลธรรมดา โดยเงื่อนไขการกู้จะเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด บุคคลธรรมดาไม่เกินจำนวนที่สถาบันการเงินกำหนดที่
  • มีนามสกุลเดียวกัน อาจเป็นสามีภรรยา พี่น้อง พ่อหรือแม่กับลูก
  • หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถแสดงหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายงานแต่ง หรือ หลักฐานการมีบุตรร่วมกัน
  • คนละนามสกุลแต่ต้องแสดงทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรว่ามีพ่อแม่เดียวกัน
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เมื่อผ่อนชำระหมดแล้ว กรรมสิทธิ์จะเป็นของผู้กู้เพียงคนเดียว แล้วแต่เงื่อนไขของสถาบันการเงิน เช่น
  • ใส่ชื่อคนเดียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในขณะที่ผู้อื่นเป็นผู้กู้ร่วม
  • ใส่ชื่อทุกคนให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน
เงื่อนไขการขายทรัพย์สิน สามารถซื้อขายได้โดยไม่ต้องรับความยินยอมจากผู้ใด ต้องได้รับความยินยอมจากผู้กู้ร่วมทั้งหมดก่อน หรือ ผู้กู้ทุกคนเลือกที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้ใครคนในคนหนึ่ง
 
แต่หากเป็นกรณีที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ กรมที่ดินหรือสถาบันการเงินอาจถือว่าทรัพย์สินมีการซื้อขายเกิดขึ้นและทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าโอน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นต้น
การลดหย่อนภาษี สิทธิในการลดหย่อนจะเป็นของผู้กู้เพียงคนเดียว โดยสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท สิทธิในการลดหย่อนภาษีจะหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ร่วมอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งหากกู้ร่วมสองคนก็จะสามารถลดหย่อนได้คนละไม่เกิน 50,000 บาท

จากตารางจะเห็นได้ว่า ทั้งการกู้ร่วมและกู้เดี่ยวนั้นมีทั้งรายละเอียดและข้อควรระวังที่แตกต่างกันออกไป คู่รักทุกคู่ควรศึกษาและปรึกษาสถาบันการเงินที่สนใจให้ดี และนำรายละเอียดต่าง ๆ มาหาทางออกที่เหมาะกับเราและคนรักมากที่สุด ที่สำคัญ อย่าลืมว่าการซื้อทรัพย์สินใด ๆ ก็ตามควรเป็นความต้องการของทั้งสองฝ่าย เพราะหากใครคนใดไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจซื้ออะไร การฝืนและดื้อดึงซื้อต่อไปก็อาจทำให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์และการเงินในอนาคตได้


3. ซื้อประกันไว้เพื่อดูแลกันและกัน

หลายคนอาจมองว่า การซื้อประกันนั้นอาจไม่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตคู่ แต่รู้หรือไม่? ว่าการซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ รวมถึงประกันอุบัติเหตุนั้นถือได้ว่าเป็นการซื้อความปลอดภัยในอนาคตให้กับสุขภาพ ชีวิตโดยรวม และการเงินของชีวิตคู่ได้ ลองคิดดูง่าย ๆ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาหรือเจ็บไข้ขึ้นมา ประกันต่าง ๆ เหล่านี้นี่แหละจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เรามีเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินรวมถึงคอยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตของเราได้


มีประกันสุขภาพแล้วจำเป็นต้องซื้อประกันชีวิตหรือไม่?

ประกันชีวิตและประกันสุขภาพนั้นมีความแตกต่างกันที่กรมธรรม์การคุ้มครองและการจ่ายเบี้ย โดยประกันชีวิตนั้นเป็นประกันที่จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เสียชีวิต และโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่สมัครประกันจะต้องชำระเบี้ยเป็นรายปี ในขณะที่ประกันสุขภาพนั้นเป็นประกันที่จะคุ้มครองเราเมื่อมีการเจ็บป่วยที่ระบุไว้ตามกรมธรรม์ ซึ่งหากเราเจ็บป่วยขึ้นมา ประกันสุขภาพถือเป็นทางออกที่จะช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ ประกันทั้งสองแบบจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน

หากตอนนี้ใครกำลังมองหาตัวช่วยที่จะสามารถคุ้มครองชีวิตเราและคนที่คุณรักในยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประกันประเภทต่าง ๆ จากเงินติดล้อขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดี ๆ ที่จะช่วยดูแลกันและกันในทุกช่วงเวลา ทั้งประกันมะเร็ง ประกันอุบัติเหตุ และประกันโควิด มั่นใจได้ว่าชีวิตของคุณและคนที่คุณรักจะได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุม

โดยเบี้ยประกันจากเงินติดล้อ ราคาเริ่มต้นเพียงวันละ 1-3 บาท* เท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดเหตุด่วนหรือร้ายแรงแค่ไหน คุณก็สามารถติดต่อได้ทุกสถานการณ์ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

หากสนใจ หรือ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อหาเราตอนนี้ที่
  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่
สนใจสมัครประกัน


Enter security code:
 Security code

บทความอื่น ๆ

Back to top