หน้าแรก > บทความ > รู้ทันประกัน > ประกันรถ > วิธีขับรถขึ้นเขาฉบับมืออาชีพ ด้วยเกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก

วิธีขับรถขึ้นเขาฉบับมืออาชีพ ด้วยเกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก

VIEW 277 คน
วิธีขับรถขึ้นเขาฉบับมืออาชีพ ด้วยเกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก
สนใจสมัครประกัน
Enter security code:
 Security code
หลายคนมักได้ยินคำบอกเล่าว่า ขับรถออกต่างจังหวัดมันน่ากลัวนะ ยิ่งเป็นมือใหม่หัดขับก็ยิ่งต้องระวังให้มาก ไหนจะคอยดูไฟรถบรรทุก ไหนจะเส้นทางที่เปลี่ยนไป เช่น ทางลาดชัดเยอะขึ้น เป็นต้น เงินติดล้อเลยถือโอกาสที่ดีเพื่อบอกต่อวิธีขับรถขึ้น-ลงเขาให้กับมือใหม่ทุกคนครับว่า ขับรถขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร หรือขับเกียร์ออโต้ขึ้นเขายังไง เพื่อให้คุณสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพครับ

ขับรถขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร


ขับรถขึ้น-ลงเขาด้วยเกียร์กระปุก ต้องใช้เกียร์อะไรบ้าง


รถเกียร์กระปุก หรือ Manual คือ รถยนต์ที่คนขับต้องจัดการทุกอย่างเอง เช่น เข้าเกียร์ เปลี่ยนเกียร์ หรือปล่อยคลัตช์ ให้เหมาะสมกับการขับขี่ ณ ขณะนั้น สำหรับใครที่สงสัยว่าขับรถขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร สำหรับเกียร์กระปุก มีดังนี้ครับ
  1. วิธีขับรถขึ้นเขาต้องใช้เกียร์ต่ำ


    ต้องบอกก่อนครับว่า ขับรถขึ้นเขาหรือลงเขาผู้ขับรถมือใหม่ที่ไม่เคยขับรถขึ้นดอยเลยอาจคาดคะเนไม่ถูกว่าทางขึ้นเขาจะมีความชันมากแค่ไหน ดังนั้น ให้รู้เอาไว้เลยครับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ขับรถขึ้นเขาแล้วความเร็วรถถูดลดลง ควรเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ (เกียร์1หรือ เกียร์​ 2) เพราะถ้าใช้เกียร์สูงมากกว่านี้ เครื่องยนต์จะไม่ไม่มีพลังมากพอในการฉุดให้รถขึ้นเขาได้
  2. ขับรถขึ้นเขาแล้วต้องหยุดระหว่างทาง


    ในขณะที่ขับรถขึ้นดอย แล้วจำเป็นต้องหยุดรถ หากจะเริ่มเดินทางต่ออีกครั้ง ให้สตาร์ทรถแล้วเข้าเกียร์​ 1 พร้อมกับใช้ปลดเบรคมือควบคู่กัน เพราะช่วยให้รถไม่ไหลเวลาที่คุณถอนเท้าออกจากคลัตช์นั่นเอง
  3. ขับรถลงเขาต้องใช้เกียร์อะไร


    ขับรถลงเขาต้องใช้เกียร์อะไร คำตอบคือ เกียร์​ 1 หรือ เกียร์ 2 เช่นเดียวกับขับรถขึ้นเขาเลยครับ จริงๆ จะปล่อยให้ไกลไปก็ได้ด้วยเกียร์ว่าง เพราะเป็นทางลาดลงเหมือนสไลด์เดอร์ แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอครับ ใครเลยจะรู้ว่าจะมีสัตว์ป่าออกมาตอนไหน จะได้สามารถควบคุมเบรคได้ทัน ไม่ให้รถเสียการทรงตัวครับ
เกียร์ออโต้ขึ้นเขา


วิธีขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา-ลงเขา ต้องขับอย่างไร?


เกียร์ออโต้ หรือ Automatic เป็นเกียร์รถยนต์ที่ทำให้ผู้ขับขับรถง่ายขึ้น ถ้าขับรถบนถนนทางหลวงในเมือง เพียงใช้ตำแหน่ง D ก็สามารถใช้งานได้แล้ว แต่ขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขาไม่ใช่แบบนั้นเลยนะครับ
  1. ขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์ออโต้


    ดูความชันของเส้นทางด้วยว่าชันมากหรือชันน้อย หากขับเกียร์ D แล้วเครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น ให้เปลี่ยนมาใช้เกียร์ D1-D2 เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปได้ และหาความเร็วที่เหมาะสมเพื่อควบคุมรถ
     
    หลังจากนั้นค่อยกลับมาใช้เกียร์​ D ถ้าเป็นทางราบปกติ หากขับเกียร์​ D ตลอดระยะทางก็ทำได้ครับ แต่จะทำให้เกียร์ร้อนได้ การใช้เกียร์ต่ำเลยทำให้รถวิ่งได้อย่างต่อเนื่อง
  2. ขับรถลงเขาด้วยเกียร์ออโต้


    เช่นเดียวกับวิธีขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์กระปุกเลยครับคือ ห้ามใส่เกียร์ว่าง หรือ N เพราะจะทำให้รถไหลแล้วเสียการควบคุม ทางที่ดีควรเปลี่ยนเป็นเกียร์ D1-D2 เพื่อรักษาความเร็วของรถให้เสถียร รถจะวิ่งหน่วงๆ และช้าลง ทำให้คุณขับรถลงเขาอย่างปลอดภัย แล้วที่สำคัญไม่เหยียบคันเร่ง และไม่เหยียบเบรคยาวๆ
ขับรถขึ้น-ลงเขา ใช้เกียร์อะไร

ขับรถลงเขาใช้เกียร์อะไร


เทคนิค ขับเกียร์กระปุกขึ้นเขา หรือเกียร์ออโต้ขึ้นเขาที่เหมือนกัน


ด้วยความที่มีรถยนต์ให้เลือกใช้ทั้งรถยนต์เกียร์กระปุก และรถยนต์เกียร์ออโต้ จึงมีวิธีขับรถขึ้นเขาแตกต่างกันออกไป แต่เทคนิคที่จะนำมาฝากกันในหัวข้อนี้ สามารถใช้ขับรถขึ้น-ลงเขาได้ทั้ง 2 เกียร
  1. ความเร็วในการขับรถขึ้นเขา


    ด้วยความที่การขับรถขึ้นดอย หรือขับรถขึ้นเขาเป็นเส้นทางที่ชันมาก ทำให้ต้องรักษาความเร็วอยู่ที่ 50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าขับไวมากๆ จะทำให้คุณสูญเสียการบังคับรถ เหยียบเบรครถยนต์ได้ยาก และก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชน หรือขับรถตกเขาได้
  2. ความเร็วในการขับรถลงเขา


    ก่อนอื่นต้องหมั่นเหยียบเบรครถยนต์เป็นระยะ เพราะถ้าเหยียบค้างนานๆ จะทำให้เกิดเบรคไหม้ หรือเบรกแตกได้ครับ และความเร็วควรรักษาระดับให้คงที่ 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  3. ความเร็วที่ไม่ให้ขับรถหลุดโค้ง


    ขับรถบนถนนทางหลวงเวลาเข้าโค้งก็ว่าอันตรายแล้ว แต่ขับรถขึ้นลงเขาและต้องเข้าโค้ง คงทวีคูณความน่ากลัวสำหรับมือใหม่มากๆ เพราะถ้าหลุดโค้งขึ้นมาจะทำให้ร่างกายและทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้น ควรลดความเร็วให้อยู่ที่ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ
  4. ปล่อยเกียร์ว่างทำให้รถไหล


    ปกติแล้วเรามักจะใช้เกียร์ว่างไว้เวลาจอดรถซ้อนคันอื่นในลานจอดรถ เพื่อให้ใครก็ตามสามารถเข็นรถไปมาได้ แต่ในกรณีนี้ที่ขับรถลงเขา ไม่ควรใช้เกียร์ว่าง เพราะทางลงเขาเป็นทางลาดเหมือนสไลเดอร์ ทำให้รถไหลด้วยความเร็วสูง จึงควบคุมหรือใช้เบรกได้อยาก ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชนได้
ขับรถลงเขา


ขับรถขึ้นเขา-ลงเขาก็ไม่หวั่น เพราะมีประกันรถยนต์


การขับรถเที่ยวต่างจังหวัด ออก Road Trip ขับรถขึ้นเขาลงห้วย ไปกับเพื่อนหรือครบครัว รับรองว่ายังไงก็สนุกครับ แต่จะมาหมดสนุกก็ตรงที่รถชน รถเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางนี่แหละครับ ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้ปัญหาเบาลง และความหงุดหงิดหายไปคือ การใช้ประกันรถยนต์
 
เพราะประกันรถยนต์จะทำหน้าที่คุ้มครองความเสี่ยงให้กับคุณเมื่อเกิดอับัติเหตุรถชน ไม่ว่าจะรถชนกันเอง รถชนในซอย หรือขับรถขึ้นเขาแล้วรถชน ต่อให้เป็นมืออาชีพที่ขับรถแบบเก่งกาจ หรือมือใหม่หัดขับรถก็ต้องพึ่งพาประกันรถยนต์ทั้งสิ้น
 
ซึ่งประกันรถยนต์​ เงินติดล้อ จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการขับรถของคุณ หากคุณอยากหาประกันรถยนต์ใหม่ แล้วไม่รู้จะซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี ต้องเงินติดล้อสิครับ เพราะมีให้เลือกถึง 16 บริษัทประกันรถยนต์ รวมไปถึงการผ่อนจ่าย 0% นาน 6 เดือน แล้วที่สำคัญสามารถขอเคลมได้ในขณะที่ผ่อนจ่ายอีกด้วย


สรุป


วิธีขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์ออโต้ หรือ ขับรถลงเขาด้วยเกียร์กระปุก หัวใจสำคัญคือการควบคุมความเร็วรถ กับเกียร์นั้นให้ทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้รถสามารถวิ่งต่อไปได้เรื่อยๆ เครื่องยนต์ ไม่เบรกแตก ส่งผลให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ไม่เจออุบัติเหตุรถชน หากกังวลว่าทุกครั้งที่ขับรถขึ้นเขาจะรับมือกับความเสี่ยงไม่ไหว ควรเช็คสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง และใช้ประกันรถยนต์กระจายความเสี่ยงครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่
เราพร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง!
สนใจสมัครประกัน
Enter security code:
 Security code

บทความอื่น ๆ

Back to top