หน้าแรก บทความ รู้ทันประกัน ประกันรถ วิธีขับรถขึ้นเขาฉบับมืออาชีพ ด้วยเกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก

วิธีขับรถขึ้นเขาฉบับมืออาชีพ ด้วยเกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก

View 52516 คน
วิธีขับรถขึ้นเขาฉบับมืออาชีพ ด้วยเกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก
กรุณากรอกชื่อภาษาไทย
กรุณากรอกนามสกุลภาษาไทย
กรุณากรอกเฉพาะตัวเลข
คุณได้ซื้อประกันรถยนต์กับเงินติดล้อ ในปีที่ผ่านมาหรือไม่?
ลูกค้าสามารถต่อประกันที่แอปได้แล้ว

ต่ออายุประกันผ่านแอปได้แล้ววันนี้

รับโค้ดส่วนลด Shopee 300 บาท!

หลายคนมักได้ยินคำบอกเล่าว่า ขับรถออกต่างจังหวัดมันน่ากลัวนะ ยิ่งเป็นมือใหม่หัดขับก็ยิ่งต้องระวังให้มาก ไหนจะคอยดูไฟรถบรรทุก ไหนจะเส้นทางที่เปลี่ยนไป เช่น ทางลาดชัดเยอะขึ้น เป็นต้น เงินติดล้อเลยถือโอกาสที่ดีเพื่อบอกต่อวิธีขับรถขึ้น-ลงเขาให้กับมือใหม่ทุกคนครับว่า ขับรถขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร หรือขับเกียร์ออโต้ขึ้นเขายังไง เพื่อให้คุณสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพครับ

ขับรถขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร

ขับรถขึ้น-ลงเขาด้วยเกียร์กระปุก ต้องใช้เกียร์อะไรบ้าง

รถเกียร์กระปุก หรือ Manual คือ รถยนต์ที่คนขับต้องจัดการทุกอย่างเอง เช่น เข้าเกียร์ เปลี่ยนเกียร์ หรือปล่อยคลัตช์ ให้เหมาะสมกับการขับขี่ ณ ขณะนั้น สำหรับใครที่สงสัยว่าขับรถขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร สำหรับเกียร์กระปุก มีดังนี้ครับ

  1. วิธีขับรถขึ้นเขาต้องใช้เกียร์ต่ำ

    ต้องบอกก่อนครับว่า ขับรถขึ้นเขาหรือลงเขาผู้ขับรถมือใหม่ที่ไม่เคยขับรถขึ้นดอยเลยอาจคาดคะเนไม่ถูกว่าทางขึ้นเขาจะมีความชันมากแค่ไหน ดังนั้น ให้รู้เอาไว้เลยครับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ขับรถขึ้นเขาแล้วความเร็วรถถูดลดลง ควรเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ (เกียร์1หรือ เกียร์​ 2) เพราะถ้าใช้เกียร์สูงมากกว่านี้ เครื่องยนต์จะไม่ไม่มีพลังมากพอในการฉุดให้รถขึ้นเขาได้

  2. ขับรถขึ้นเขาแล้วต้องหยุดระหว่างทาง

    ในขณะที่ขับรถขึ้นดอย แล้วจำเป็นต้องหยุดรถ หากจะเริ่มเดินทางต่ออีกครั้ง ให้สตาร์ทรถแล้วเข้าเกียร์​ 1 พร้อมกับใช้ปลดเบรคมือควบคู่กัน เพราะช่วยให้รถไม่ไหลเวลาที่คุณถอนเท้าออกจากคลัตช์นั่นเอง

  3. ขับรถลงเขาต้องใช้เกียร์อะไร

    ขับรถลงเขาต้องใช้เกียร์อะไร คำตอบคือ เกียร์​ 1 หรือ เกียร์ 2 เช่นเดียวกับขับรถขึ้นเขาเลยครับ จริงๆ จะปล่อยให้ไกลไปก็ได้ด้วยเกียร์ว่าง เพราะเป็นทางลาดลงเหมือนสไลด์เดอร์ แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอครับ ใครเลยจะรู้ว่าจะมีสัตว์ป่าออกมาตอนไหน จะได้สามารถควบคุมเบรคได้ทัน ไม่ให้รถเสียการทรงตัวครับ

เกียร์ออโต้ขึ้นเขา

วิธีขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา-ลงเขา ต้องขับอย่างไร?

เกียร์ออโต้ หรือ Automatic เป็นเกียร์รถยนต์ที่ทำให้ผู้ขับขับรถง่ายขึ้น ถ้าขับรถบนถนนทางหลวงในเมือง เพียงใช้ตำแหน่ง D ก็สามารถใช้งานได้แล้ว แต่ขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขาไม่ใช่แบบนั้นเลยนะครับ

  1. ขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์ออโต้

    ดูความชันของเส้นทางด้วยว่าชันมากหรือชันน้อย หากขับเกียร์ D แล้วเครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น ให้เปลี่ยนมาใช้เกียร์ D1-D2 เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปได้ และหาความเร็วที่เหมาะสมเพื่อควบคุมรถ

    หลังจากนั้นค่อยกลับมาใช้เกียร์​ D ถ้าเป็นทางราบปกติ หากขับเกียร์​ D ตลอดระยะทางก็ทำได้ครับ แต่จะทำให้เกียร์ร้อนได้ การใช้เกียร์ต่ำเลยทำให้รถวิ่งได้อย่างต่อเนื่อง

  2. ขับรถลงเขาด้วยเกียร์ออโต้

    เช่นเดียวกับวิธีขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์กระปุกเลยครับคือ ห้ามใส่เกียร์ว่าง หรือ N เพราะจะทำให้รถไหลแล้วเสียการควบคุม ทางที่ดีควรเปลี่ยนเป็นเกียร์ D1-D2 เพื่อรักษาความเร็วของรถให้เสถียร รถจะวิ่งหน่วงๆ และช้าลง ทำให้คุณขับรถลงเขาอย่างปลอดภัย แล้วที่สำคัญไม่เหยียบคันเร่ง และไม่เหยียบเบรคยาวๆ

ขับรถขึ้น-ลงเขา ใช้เกียร์อะไร ขับรถลงเขาใช้เกียร์อะไร

เทคนิค ขับเกียร์กระปุกขึ้นเขา หรือเกียร์ออโต้ขึ้นเขาที่เหมือนกัน

ด้วยความที่มีรถยนต์ให้เลือกใช้ทั้งรถยนต์เกียร์กระปุก และรถยนต์เกียร์ออโต้ จึงมีวิธีขับรถขึ้นเขาแตกต่างกันออกไป แต่เทคนิคที่จะนำมาฝากกันในหัวข้อนี้ สามารถใช้ขับรถขึ้น-ลงเขาได้ทั้ง 2 เกียร

  1. ความเร็วในการขับรถขึ้นเขา

    ด้วยความที่การขับรถขึ้นดอย หรือขับรถขึ้นเขาเป็นเส้นทางที่ชันมาก ทำให้ต้องรักษาความเร็วอยู่ที่ 50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าขับไวมากๆ จะทำให้คุณสูญเสียการบังคับรถ เหยียบเบรครถยนต์ได้ยาก และก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชน หรือขับรถตกเขาได้

  2. ความเร็วในการขับรถลงเขา

    ก่อนอื่นต้องหมั่นเหยียบเบรครถยนต์เป็นระยะ เพราะถ้าเหยียบค้างนานๆ จะทำให้เกิดเบรคไหม้ หรือเบรกแตกได้ครับ และความเร็วควรรักษาระดับให้คงที่ 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  3. ความเร็วที่ไม่ให้ขับรถหลุดโค้ง

    ขับรถบนถนนทางหลวงเวลาเข้าโค้งก็ว่าอันตรายแล้ว แต่ขับรถขึ้นลงเขาและต้องเข้าโค้ง คงทวีคูณความน่ากลัวสำหรับมือใหม่มากๆ เพราะถ้าหลุดโค้งขึ้นมาจะทำให้ร่างกายและทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้น ควรลดความเร็วให้อยู่ที่ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ

  4. ปล่อยเกียร์ว่างทำให้รถไหล

    ปกติแล้วเรามักจะใช้เกียร์ว่างไว้เวลาจอดรถซ้อนคันอื่นในลานจอดรถ เพื่อให้ใครก็ตามสามารถเข็นรถไปมาได้ แต่ในกรณีนี้ที่ขับรถลงเขา ไม่ควรใช้เกียร์ว่าง เพราะทางลงเขาเป็นทางลาดเหมือนสไลเดอร์ ทำให้รถไหลด้วยความเร็วสูง จึงควบคุมหรือใช้เบรกได้อยาก ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชนได้

ขับรถลงเขา

ขับรถขึ้นเขา-ลงเขาก็ไม่หวั่น เพราะมีประกันรถยนต์

การขับรถเที่ยวต่างจังหวัด ออก Road Trip ขับรถขึ้นเขาลงห้วย ไปกับเพื่อนหรือครบครัว รับรองว่ายังไงก็สนุกครับ แต่จะมาหมดสนุกก็ตรงที่รถชน รถเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางนี่แหละครับ ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้ปัญหาเบาลง และความหงุดหงิดหายไปคือ การใช้ประกันรถยนต์

เพราะประกันรถยนต์จะทำหน้าที่คุ้มครองความเสี่ยงให้กับคุณเมื่อเกิดอับัติเหตุรถชน ไม่ว่าจะรถชนกันเอง รถชนในซอย หรือขับรถขึ้นเขาแล้วรถชน ต่อให้เป็นมืออาชีพที่ขับรถแบบเก่งกาจ หรือมือใหม่หัดขับรถก็ต้องพึ่งพาประกันรถยนต์ทั้งสิ้น

ซึ่งประกันรถยนต์​ เงินติดล้อ จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการขับรถของคุณ หากคุณอยากหาประกันรถยนต์ใหม่ แล้วไม่รู้จะซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี ต้องเงินติดล้อสิครับ เพราะมีให้เลือกถึง 16 บริษัทประกันรถยนต์ รวมไปถึงการผ่อนจ่าย 0% นาน 6 เดือน แล้วที่สำคัญสามารถขอเคลมได้ในขณะที่ผ่อนจ่ายอีกด้วย

สรุป

วิธีขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์ออโต้ หรือ ขับรถลงเขาด้วยเกียร์กระปุก หัวใจสำคัญคือการควบคุมความเร็วรถ กับเกียร์นั้นให้ทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้รถสามารถวิ่งต่อไปได้เรื่อยๆ เครื่องยนต์ ไม่เบรกแตก ส่งผลให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ไม่เจออุบัติเหตุรถชน หากกังวลว่าทุกครั้งที่ขับรถขึ้นเขาจะรับมือกับความเสี่ยงไม่ไหว ควรเช็คสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง และใช้ประกันรถยนต์กระจายความเสี่ยงครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่

เราพร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง!

กรุณากรอกชื่อภาษาไทย
กรุณากรอกนามสกุลภาษาไทย
กรุณากรอกเฉพาะตัวเลข
คุณได้ซื้อประกันรถยนต์กับเงินติดล้อ ในปีที่ผ่านมาหรือไม่?
ลูกค้าสามารถต่อประกันที่แอปได้แล้ว

ต่ออายุประกันผ่านแอปได้แล้ววันนี้

รับโค้ดส่วนลด Shopee 300 บาท!

เงินติดล้อ

บทความโดย

เงินติดล้อ

ผู้มุ่งหวังให้สังคมไทยมีสุขภาพทางเงินที่ดีขึ้น