หน้าแรก > บทความ > รู้ทันประกัน > ประกันรถ > ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

VIEW 18446 คน
ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร


Enter security code:
 Security code

สำหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์ย่อมรู้จักกับคำว่า ค่าเสียหายส่วนแรก เป็นอย่างดี เพราะมีบางกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วคุณต้องออกค่าใช้จ่ายเองส่วนหนึ่ง

ซึ่งในขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ จะมีค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่แบบ Excess และ Deductible ถึงแม้ทั้ง 2 ชื่อนี้จะแตกต่างกัน แต่ก็มีกรณีการจ่ายที่ทำให้สับสนจนหลายๆ คนแยกกันไม่ออก

วันนี้เงินติดล้อจะช่วยไขข้อข้องใจ ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร? ทุกคนสามารถหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยครับ!

ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess

ค่า Excess หมายถึง ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ ภาคบังคับ ซึ่งจะมีระบุไว้ในเงื่อนไข โดยจะมีข้อกำหนดว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ใช้รถจะต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทประกันภัยเป็นค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท (แม้จะมีประกันชั้น1 ก็ต้องจ่าย) โดยขึ้นอยู่กับกรณีดังนี้

  1. อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการชน หรือรถพลิกคว่ำ
  2. อุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้

ทำไมถึงต้องจ่ายค่า Excess?

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องสงสัยว่า ทั้งๆ ที่จ่ายเบี้ยประกันแล้ว ทำไมเราถึงยังต้องจ่ายค่า Excess อยู่ล่ะ คำตอบนั้นมีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ

  1. เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้เอาประกันแจ้งเคลมทั้งที่ไม่ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง อย่างเช่น อยากทำสีรถใหม่เลยใช้คัตเตอร์กรีดให้เป็นรอยแล้วแจ้งเคลมกับประกัน
  2. เพื่อให้ผู้เอาประกันไม่เกิดความประมาทในการขับรถ ไม่ใช่ว่าจะขับแบบไหนก็ได้เพราะรู้อยู่แล้วว่าประกันจะจ่ายค่าเสียหายให้
ทำไมถึงต้องจ่ายค่า Excess?

กรณีไหนที่ต้องเสียหรือไม่เสียค่า Excess

เมื่อทราบกันแล้วว่าค่า Excess คืออะไร แต่ยังไม่เห็นภาพชัดเจน ว่ากรณีไหนบ้างที่ต้องเสียหรือไม่เสียค่าใช้จ่าย มาดูรายละเอียดของเรื่องนี้กันเลยดีกว่าครับ

กรณีที่ต้องเสีย ได้แก่ กรณีที่รถของคุณเกิดความเสียหายแต่ ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ หรือมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน เช่น

  • มีรอยขีดข่วนจากของมีคม หรือถูกกลั่นแกล้ง
  • มีรอยบุบเพราะหินหรือวัสดุใดๆ กระเด็นใส่
  • เฉี่ยวเข้ากับต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือลวดหนาม
  • รถตกหลุม หรือครูดไปกับพื้นถนน
  • ถูกสัตว์กัด ข่วน หรือแทะ

อย่างไรก็ตาม ประกันจะไม่คุ้มครองกรณีที่อุบัติเหตุเหล่านี้เกิดจาก เมาแล้วขับ ขับรถแข่งซิ่ง หรือใช้ในกรณีที่คุณทำผิดกฏหมายทุกกรณี เพราะฉะนั้นพยายามขับรถกันอย่างระมัดระวังและเคารพกฏหมายอยู่เสมอ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันจะไม่จ่ายให้นะครับ

แต่ถ้าหากรถของคุณมีรอยบุบจากหินกระเด็นใส่ และมีรอยขีดข่วนจากรั้วลวดหนามด้วย จะนับเป็นความเสียหายจาก 2 เหตุการณ์ แปลว่าคุณต้อง 1,000 บาท x 2 เหตุการณ์ เท่ากับ 2,000 บาทนั่นเอง

กรณีที่ไม่ต้องเสีย ได้แก่ กรณีที่รถของคุณเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายที่สามารถ ระบุคู่กรณีได้ หรือมีภาพหลักฐานเหคุการณ์ที่ระบุได้ชัดเจน เช่น

  • รถชนเข้ากับพาหนะอื่นและสามารถแจ้งรายละเอียดของคู่กรณีได้
  • รถชนเข้ากับฟุตปาท กำแพง ป้ายจราจร ต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้า
  • รถชนเข้ากับคน หรือสัตว์
  • รถพลิกคว่ำ

อย่างไรก็ตาม ประกันจะไม่คุ้มครองกรณีที่อุบัติเหตุเหล่านี้เกิดจาก เมาแล้วขับ ขับรถแข่งซิ่ง หรือใช้ในกรณีที่คุณทำผิดกฏหมายทุกกรณี เพราะฉะนั้น พยายามขับรถกันอย่างระมัดระวังและเคารพกฏหมายกันด้วย เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันจะไม่จ่ายให้นะครับ

ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible

ค่า Deductible คือ ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ ภาคสมัครใจ ซึ่งจะค่อนข้างแตกต่างจากแบบ Excess เพราะเป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณยอมเสียให้กับบริษัทประกันภัยทุกครั้งที่มีการเคลมในอุบัติเหตุ ที่คุณเป็นฝ่ายผิด

โดยในขั้นตอนการทำประกัน จะมีเงื่อนไขให้คุณเลือกที่จะจ่ายค่า Deductible หรือไม่ ซึ่งถ้าคุณยอมจ่ายจะช่วยลดเบี้ยประกันตามจำนวนค่า Deductible ที่คุณระบุไว้

เช่น เบี้ยประกันรายปี 10,000 บาท แต่หากคุณระบุว่า ยินดีจ่ายค่า Deductible ทุกครั้งที่เกิดเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด 2,000 บาท ซึ่งจะไปหักลบกับเบี้ยประกัน ทำให้คุณต้องจ่ายเพียง 8,000 บาทเท่านั้น

แต่ค่า Deductible นี้ไม่ได้มีทุกบริษัท หากคุณสนใจในเงื่อนไขนี้แนะนำให้สอบถามข้อมูลจากบริษัทประกันภัยให้ดีๆ ก่อนนะครับ

ค่าเสียหายส่วนแรก

จ่าย หรือ ไม่จ่าย แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

เมื่อทราบกันแล้วว่าค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible คืออะไร ก็มาถึงคำถามที่ว่าเลือก จ่าย หรือ ไม่จ่าย แบบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน? ซึ่งคำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณมีความเชี่ยวชาญในการขับรถมากแค่ไหน

หากคุณเป็น ผู้ชำนาญในการขับรถ และมั่นใจว่าการขับของคุณปลอดภัย ไม่ไปเฉี่ยวหรือชนเข้ากับอะไรง่ายๆ แน่นอน ก็ควรเลือกที่จะจ่ายค่า Deductible นี้ เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดเบี้ยประกันในแต่ละปีไปได้มาก และแม้จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าหากคุณ ไม่ชำนาญในการขับรถ หรือยังเป็นมือใหม่หัดขับอยู่ และคิดว่ารถของคุณมีโอกาสที่จะชนนู่นชนนี่บ่อยครั้ง เงินติดล้อแนะนำว่าให้คุณเลือกไม่จ่ายค่า Deductible จะดีที่สุด มิฉะนั้นค่าเบี้ยประกันที่ลดลงมา อาจไม่คุ้มกับค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณต้องจ่ายในทุกๆ ครั้งก็ได้

สรุป

เท่านี้ทุกคนก็คงจะทราบข้อมูลของค่าเสียหายส่วนแรกทั้งแบบ Excess และแบบ Deductible กันแล้ว อย่างไรก็ตามเงินติดล้ออยากให้ทุกท่านขับขี่กันอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และไม่ต้องควักกระเป๋าออกมาจ่ายในค่าเสียหายส่วนนี้กันนะครับ

แต่หากคุณกำลังมองหาบริษัทประกันภัยที่ไม่มี Deduct (ค่าเสียหายส่วนแรก) คุณสามารถปรึกษากับเรา เงินติดล้อ ได้เลยครับ เราเป็นโบรกเกอร์ที่มีประกันภัยรถยนต์ให้คุณเลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาคุณได้อย่างตรงจุด ติดต่อขอรายละเอียดได้ลิงค์ ประกันภัยรถยนต์กับเงินติดล้อ เรายินดีให้บริการทุกคนครับ



Enter security code:
 Security code

บทความอื่น ๆ

เร่เข้ามา! 3 ไอเดียทำธุรกิจทุนน้อยแต่กำไรเยอะ รวยๆ ปังๆ

หากกำลังมองหาการเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ และยังไม่มีไอเดียทำธุรกิจทุนน้อย แต่กำไรเยอะเลย... อ่านต่อ
VIEW 11 คน

ปีชง 2565 คืออะไร เริ่มเมื่อไหร่ ห้ามทำอะไร แก้ปีชงวัดไหนดี

ปีชง 2565 มีปีนักษัตรอะไรบ้าง ปีไหนชงตรงได้รับผลกระทบเต็มๆ แล้วปีไหนชงร่วม แล้วถ... อ่านต่อ
VIEW 10 คน

ใบขับขี่ พ.ร.บ. เล่มเขียว ป้ายวงกลม รถมอเตอร์ไซค์หาย ทำไงดี?

ใบขับขี่ พ.ร.บ. เล่มเขียว ป้ายวงกลมของรถมอเตอร์ไซค์หายไม่ต้องตกใจ เงินติดล้อมีวิธ... อ่านต่อ
VIEW 12 คน
Back to top